สัมภาษณ์ Sam Gellman หัวหน้าฝ่ายขยายกิจการในเอเชียของ Uber

อาจจะเรียกได้ว่า นับตั้งแต่ Uber เข้ามาเริ่มให้บริการในเมืองไทยอย่างไม่เป็นทางการ มาจนถึงการเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ เสียงตอบรับและความสนใจที่มีต่อ Uber นั้นมีมากพอสมควร (ในงานเปิดตัวถึงกับระบุว่าในช่วงเวลาเดียวกัน เรามีอัตราในการใช้ช่วงแรกสูงกว่าที่อื่นๆ ซึ่ง Uber มีบริการ)

ในขณะเดียวกัน ตลาดเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทย และความคุ้นเคยเกี่ยวกับ Uber ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวคิดในการให้บริการ รถที่ให้บริการ ตลอดจนถึงข้อจำกัดเรื่องของผู้ใช้บัตรเครดิตที่ยังคงมีจำกัดในเมืองไทย แม้ว่าอัตราการใช้สมาร์ทโฟนจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม

Blognone มีโอกาสได้สัมภาษณ์ Sam Gellman ซึ่งเป็นผู้บริหารในตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายขยายกิจการในเอเชีย (Head of Asia Expansion) ในวันที่ Uber เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้มีโอกาสสอบถามถึงการให้บริการ ความท้าทาย และแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ครับ

การวางแผนความต่อเนื่องของธุรกิจ เรื่องจำเป็นที่ถูกมองข้าม

ภัยพิบัติและเหตุการณ์ที่กระทบกับโลกไอทีไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ธุรกิจจำนวนมากรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหายใหญ่หลวง ธุรกิจเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องวางระบบสำรอง สำรองไฟล์ หรือซื้อเซิร์ฟเวอร์วางไว้ในศูนย์ข้อมูลที่สองเพื่อความปลอดภัย

กระบวนการเหล่านี้อาจจะทำตามประสบการณ์ที่เคยมีมา เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเราอาจมีเวลาเตรียมตัวสักระยะหนึ่ง การซื้อเครื่องมาวางสำรองไว้โดยไม่เปิดใช้งานและสำรองข้อมูลออกมาสม่ำเสมออาจจะเพียงพอ แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นศูนย์ข้อมูลเกิดใช้งานไม่ได้กะทันหันหรือระบบสำรองที่วางไว้กลับไม่สามารถทดแทนระบบจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ศูนย์ข้อมูลซัมซุงในเกาหลีใต้ไฟไหม้ ส่งผลกระทบต่อบริการกลุ่มเมฆ

เมื่อวานนี้ อาคารสำนักงาน Samsung SDS ในเมือง Gwacheon ประเทศเกาหลีใต้เกิดไฟไหม้ เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผลของไฟไหม้ครั้งนี้ส่งผลให้เว็บไซต์ Samsung.com ล่ม และบริการกลุ่มเมฆของซัมซุงที่ให้บริการผลิตภัณฑ์สายสมาร์ททีวีไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง เหตุผลเป็นเพราะสำนักงานแห่งนี้เป็นศูนย์ด้านไอซีทีของซัมซุงด้วย

ซัมซุงแถลงว่าได้ย้ายงานจากศูนย์ Samsung SDS แห่งนี้ไปไว้ที่ศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นแล้ว

ที่มา - Samsung (ภาษาเกาหลี), Engadget

หลุดจดหมายจาก Nokia ถึงซัพพลายเออร์, เผยชื่อหน่วยธุรกิจมือถือ Microsoft Mobile Oy

เว็บไซต์ Nokiapoweruser เผยจดหมายจาก Nokia ถึงซัพพลายเออร์เรื่องดีลซื้อธุรกิจมือถือกับ Microsoft ว่า คาดว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นในเดือนเมษายนนี้ (สอดคล้องกับข่าวก่อนหน้านี้) และดีลนี้จะครอบคลุมถึงข้อตกลงที่ Nokia มีกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และคู่ค้าต่างๆ ดังนั้นเงื่อนไข (terms and conditions) ระหว่าง Microsoft กับคู่ค้าจะไม่เปลี่ยนแปลง

Nokia กล่าวว่าเมื่อดีลเสร็จสิ้น หน่วยธุรกิจมือถือจะกลายเป็นบริษัทลูกของ Microsoft ในนาม Microsoft Mobile Oy แทน และซัพพลายเออร์บางรายอาจเป็นซัพพลายเออร์ให้กับธุรกิจอื่นที่ Nokia ยังดำเนินการอยู่ต่อไป อาทิ Nokia Solutions and Networks (NSN), HERE และ Advanced Technologies

อัพเดต Nokia ส่งจดหมายถึงลูกค้าเช่นกัน โดยกล่าวว่าดีลซื้อธุรกิจมือถือ (หรือชื่อเป็นทางการว่า ธุรกิจด้านอุปกรณ์สื่อสารและบริการ) จะเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Mobile Oy ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติฟินแลนด์และเป็นบริษัทย่อยที่ลงทุนเองในเครือของ Microsoft พร้อมระบุว่า Microsoft จะเก็บและใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ต่อไปแบบเดียวกับที่ Nokia เคยทำ

ที่มา: Nokiapoweruser

Uber เพิ่มค่าธรรมเนียม 1 ดอลลาร์ สำหรับมาตรการเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า UberX

Uber เริ่มเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม 1 ดอลลาร์ จากลูกค้าผู้ใช้บริการ UberX บริการแท็กซี่ราคาถูกของ Uber ซึ่งให้บริการด้วยรถระดับกลางและรถไฮบริดในบางเมืองของสหรัฐอเมริกา โดยจะใช้เงินดังกล่าวเพื่อพัฒนาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ

ค่าธรรมเนียม 1 ดอลลาร์ที่เพิ่มมานี้จะใช้เพื่อการตรวจสอบปูมหลังการให้บริการ UberX ทั้งเรื่องข้อมูลการศึกษาเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ขับ, การตรวจสอบประเภทและประวัติของรถที่ให้บริการ, งานตรวจสภาพของรถยนต์ รวมทั้งพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับความปลอดภัยในการให้บริการ UberX ในอนาคตด้วย

ที่มา - The Next Web

นักวิจัยเกาหลีสร้างระบบจ่ายไฟไร้สายให้สมาร์ทโฟนได้ทีละ 40 เครื่องพร้อมกัน

นักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีในเกาหลีใต้ KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ทำการวิจัยสร้างระบบส่งพลังงานไฟฟ้าแบบไร้สายที่จะสามารถชาร์จไฟให้แก่สมาร์ทโฟนถึง 40 เครื่องได้ในเวลาเดียวกัน

ทีมวิจัยได้สาธิตอุปกรณ์รุ่นต้นแบบของ Dipole Coil Resonant System (DCRS) ซึ่งก็คือระบบสั่นพ้องของขดลวดแบบ 2 ขั้ว โดยทำการส่งพลังงานระหว่างขดลวด 2 ชุดด้วยการเหนี่ยวนำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทั้งนี้ระบบดังกล่าวสามารถจ่ายพลังงานจากขดลวดฝั่งส่งกำลังในปริมาณที่มากเพียงพอที่จะเลี้ยงอุปกรณ์หลายชิ้นได้ในคราวเดียวกัน ไปยังขดลวดฝั่งรับพลังงานที่จะกระจายพลังงานไฟฟ้าไปให้อุปกรณ์ที่วางอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ในห้องผ่านทางสายไฟและปลั๊กที่ต่อพ่วงอยู่กับขดลวดนั้น

ระบบดังกล่าวของ KAIST สามารถส่งผ่านกำลังงานได้ 209 วัตต์ ด้วยความถี่ 20kHz ในระยะ 5 เมตร ซึ่งพลังงานดังกล่าวเพียงพอที่จะจ่ายไฟให้แก่จอทีวีหรือพัดลมก็ยังได้

แฮกเกอร์เจาะ VPN ด้วย Heartbleed สำเร็จ

Mandiant บริษัทในเครือ FireEye รายงานว่ามีแฮกเกอร์ขโมย session ของเซิร์ฟเวอร์ VPN ด้วยบั๊ก Heartbleed สำเร็จ กระบวนการขโมย session นี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถข้ามกระบวนการยืนยันตัวตนทุกรูปแบบ รวมไปถึงการยืนยันตัวตนด้วยปัจจัยที่สอง (2-factor authentication) ไปได้

รายงานบั๊ก Heartbleed ก่อนหน้านี้มักเป็นการขโมยกุญแจลับของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งหากขโมยสำเร็จก็มีโอกาสที่แฮกเกอร์จะถอดรหัสข้อมูลหรือขโมยรหัสผ่านของผู้ใช้ แต่การขโมย session เช่นนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถสวมรอยเข้าเป็นผู้ใช้ที่ล็อกอิน VPN สำเร็จแล้ว

ในไทยผู้ใช้ VPN ส่วนมากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ การแจ้งเตือนจาก Mandiant ครั้งนี้ก็ย้ำว่าไม่ใช่เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ HTTPS เท่านั้นที่ต้องตรวจสอบและอัพเดตซอฟต์แวร์ แต่รวมไปถึง VPN ทั้งหลายที่ใช้งานอยู่ก็ต้องอัพเดตทั้งหมดอย่างเร่งด่วนเช่นกัน

ที่มา - Mandiant

LG เปิดตัว Connect SDK ช่วยแสดงภาพจากจอมือถือขึ้นสมาร์ททีวีได้ 5 แพลตฟอร์ม

Chromecast ช่วยเปิดศักราชใหม่ของการส่งภาพหรือวิดีโอจากจอมือถือขึ้นไปแสดงบนจอทีวี แอพมือถือจำนวนไม่น้อยรองรับ Google Cast SDK กันอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม โลกของสมาร์ททีวีไม่ได้มีแค่ Chromecast และมีแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีจากผู้ผลิตรายอื่นอีกมากทำให้งานของนักพัฒนาลำบากขึ้นหลายเท่า

LG พยายามแก้ปัญหานี้โดยออก Connect SDK ชุดพัฒนาสำหรับแอพมือถือ (ปัจจุบันรองรับ Android/iOS/เว็บแอพที่สร้างด้วย Cordova) ที่สามารถส่งภาพขึ้นจอสมาร์ทีวีได้ 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่

มาดูต้นกำเนิดภาพพื้นหลัง Bliss อันเป็นที่จดจำของผู้ใช้ Windows XP ทั่วโลก

ไมโครซอฟต์เนเธอร์แลนด์เผยคลิปเบื้องหลังภาพ Bliss ภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปบน Windows XP ที่ปรากฏสู่สายตาคนทั่วโลก

ภาพนี้ถูกถ่ายโดย Charles O'Rear เขาบอกว่าภาพนี้ไม่เคยผ่านการตกแต่งด้วยซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ แต่ที่ภาพเป็นเช่นนี้เพราะสภาพท้องฟ้าในช่วงเวลานั้น ประกอบกับการใช้ฟิล์มฟูจิในกล้อง Mamiya RZ67

Charles กล่าวว่าหากเขาใช้กล้อง SLR แบบใช้ฟิล์มขนาด 35 มม. คงจะไม่ได้ภาพเช่นนี้แน่นอน

ที่มา: Sploid

Tails ระบบปฏิบัติการที่ Snowden เลือกใช้

การติดต่อระหว่าง Snowden กับนักข่าวเพื่อเปิดเผยเอกสารลับของ NSA ในช่วงแรกเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะนักข่าวไม่ชินกับการติดต่อด้วยการเข้ารหัสอย่างแน่นหนา โดยเครื่องมือที่นักข่าวของ The Guardian ใช้ติดต่อกับ Snowden มีตั้งแต่การเข้ารหัสอีเมลด้วย GnuPG, ดิสก์เข้ารหัสด้วย TrueCrypt, แชตแบบไม่เหลือร่องรอยด้วย OTR แต่ซอฟต์แวร์เกือบทั้งหมดก็รวมชุดไว้เป็นระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า Tails

Tails เป็นระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาเพื่อการสื่อสารที่เข้ารหัสตลอดเวลาและไม่เก็บสถานะไว้ในเครื่อง (stateless) การบันทึกข้อมูลใดๆ ลงดิสก์จะถามผู้ใช้ทุกครั้ง ต่างจากระบบปฏิบัติการทั่วไปที่มักมีร่องรอยการใช้งานเช่นการเขียนไฟล์เพิ่มเติมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะการใช้ swap ที่จะทำข้อมูลของซอฟต์แวร์บางตัวเขียนลงไปยังดิสก์ทั้งชุด ทำให้ทิ้งร่องรอยการใช้งานซอฟต์แวร์ไว้มากมาย การติดตั้ง Tails โดยปกติจะใช้การติดตั้งลงในไดรฟ์ USB เพื่อให้นำเครื่องไปใช้งานอย่างอื่นได้

การต่ออินเทอร์เน็ตบน Tails จะเชื่อมต่อผ่าน Tor เป็นค่าเริ่มต้น ตัวเบราว์เซอร์เองจะติดตั้ง HTTPS Everywhere ไว้เพื่อให้เชื่อมต่อเข้ารหัสแม้จะออกจาก Tor ไปแล้วก็ตาม ส่วนตัว Tor เองก็ติดตั้ง bridge เอาไว้เพื่อใช้งานในประเทศที่ห้ามใช้ Tor

ปัญหาสำคัญของ Tails คือกลุ่มผู้พัฒนากลับไม่เปิดเผยตัวว่าตัวเองเป็นใครบ้าง พวกเขาใช้บริการเว็บฟรี และไม่ตอบข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น การทิ้งสคริปต์ดีบั๊กเอาไว้ในระบบปฏิบัติการรุ่นจริง โดยตัวสคริปต์จะส่งข้อมูลจำนวนมากกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Tails หากมีการรันขึ้นมา

ที่มา - Schneier on Security, Wired

กูเกิลแจกเครดิต 5 ดอลลาร์ ให้ผู้ใช้ Google Play ที่ดาวน์โหลดแอพปลอม Virus Shield

เมื่อต้นเดือนเรามีข่าว Virus Shield แอพพลิเคชั่นป้องกันไวรัสปลอมบน Google Play ไม่ทำอะไรเลยแต่ขาย 3.99 ดอลลาร์ ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์ต่อ Google Play อย่างมากว่าปล่อยให้แอพนี้หลุดมาได้อย่างไร (แถมมีคนจ่ายเงินซื้อไปเกิน 10,000 ครั้ง)

ล่าสุดมีรายงานว่ากูเกิลแก้ตัวอย่างเงียบๆ โดยส่งอีเมลถึงลูกค้า Google Play ที่พลาดจนต้องเสียเงิน 3.99 ดอลลาร์ ว่าจะคืนเงินค่าแอพ 3.99 ดอลลาร์ให้ภายใน 14 วัน และปลอบใจเพิ่มเติมโดยมอบเครดิต 5 ดอลลาร์สำหรับซื้อสินค้าอื่นๆ บนร้าน Google Play ด้วย

ฝั่งของผู้สร้างแอพ Virus Shield ยืนยันว่าแอพของเขาเป็นแอพจริง แต่เวอร์ชันที่เป็นข่าวนั้นถูกอัพโหลดขึ้น Google Play ผิดพลาด อย่างไรก็ตาม บัญชี Google Play ของเขาถูกแบนไปแล้วเรียบร้อย

ที่มา - Android Police

OnePlus One เผยโฉมหน้าจอ CyanogenMod 11S รุ่นพิเศษ, ให้แรม 3GB

ค่ายมือถือใหม่ที่กำลังสร้างกระแสแบบเงียบๆ คือ OnePlus บริษัทใหม่ของอดีตผู้บริหาร Oppo โดยจะออกมือถือตัวแรก OnePlus One สมาร์ทโฟนสเปกสูงแต่ราคาถูก ในวันที่ 23 เมษายนนี้

ล่าสุดทีมงาน OnePlus One ออกมาเผยภาพหน้าจอของระบบปฏิบัติการ CyanogenMod 11S รุ่นพิเศษ (ที่ OnePlus ร่วมพัฒนากับ Cyanogen Inc.) บางส่วนแล้ว พื้นฐานของมันมาจาก CM รุ่นปกติ แต่เพิ่มธีมใหม่เข้ามาที่เน้นสีพื้นเรียบๆ แต่ดูสดใส

เว็บเทรดมือถือเก่าเผยสถิติ 1 ใน 3 ของคนซื้อ Galaxy S5 มาจากผู้ใช้ iPhone เดิม

เว็บไซต์รับเทรด-เทิร์นมือถือเก่า CompareMyMobile เผยสถิติหลัง Galaxy S5 วางขายว่ามือถือเก่าที่ถูกนำมาเทิร์นเป็น Galaxy S5 มากที่สุดคือ iPhone 4S ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของยอดขาย S5 ทั้งหมด

ส่วนมือถือที่นิยมมาแลกเป็น S5 มากเป็นอันดับสองคือ Galaxy S III ตามด้วย iPhone 5s

CompareMyMobile ยังให้ข้อมูลว่าหลังจาก Galaxy S5 เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ จำนวนการเทิร์นมือถือเก่าของเว็บไซต์ก็เพิ่มขึ้นถึง 160%

ที่มา - Telegraph

[ข่าวลือ] โมโตโรลาจะออก Moto E, บางกว่าและถูกกว่า Moto G

ปีที่แล้วโมโตโรลาออก Moto G มาถล่มวงการมือถือระดับกลางไปแล้ว และบริษัทเองก็เคยประกาศไว้ว่าตั้งใจจะทำมือถือที่ "ถูกลงอีก" ล่าสุดมีข่าวว่าชื่อของมันคือ Moto E ครับ

ข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ Xataka México ของเม็กซิโก (ซึ่งละตินอเมริกาเป็นตลาดสำคัญของโมโตโรลา) ระบุสเปกของ Moto E ดังนี้

คาดว่า Moto E จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ (ต้นทางใช้คำว่า coming weeks) ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลราคาของ Moto E แต่ราคาของ Moto G ในเม็กซิโกอยู่ที่ 2990 เปโซ หรือประมาณ 7,500 บาท

ที่มา - Xataka México (translated) via Android Central

รัสเซียและสหรัฐอเมริกา แย่งตัวแฮกเกอร์ขโมยรหัสบัตรเครดิต

เมื่อกลางปี 2013 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ แถลงการณ์จับกุมแฮกเกอร์ที่ขโมยรหัสบัตรเครดิตจากหน่วยงานและภาคเอกชนในสหรัฐอเมริกา โดยการจับกุมในครั้งนี้เป็นการให้ความร่วมมือจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการประสานเบาะแสที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเนเธอร์แลนด์จับกุมแฮกเกอร์ทั้ง 5 ราย (เป็นชาวรัสเซีย 4 ราย และยูเครน 1 ราย) และตั้งข้อหาคนละ 2 กระทงคือดักฟังข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลรอตเตอร์ดามสั่งจำขังผู้ต้องหาเพื่อรอการไต่สวนพยานหลักฐานต่อไป