ประสบปัญหากับอีเมลล้นกล่องขาเข้า (inbox) อยู่ใช่ไหม ? เป็นคำถามที่ผู้ใช้งานอีเมลทั่วไปตอบได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่า "ใช่" และแน่นอนว่าอีเมลที่เราไม่ต้องการแทบทั้งหมดนั้นถูกมองว่าเป็นสแปมเสียทั้งสิ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย เพราะอีเมลที่ครองพื้นที่กล่องขาเข้าเกือบทั้งหมดนั้นมันคือ Graymail ต่างหาก
หลายคนอาจสงสัยว่า Graymail คืออะไร และต่างจากสแปมอย่างไร เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายๆ ว่า Graymail คืออีเมลจากบริการต่างๆ ที่เรานั้นได้ไปลงทะเบียนรับมาเอง ไม่ว่าจะพ่วงมาพร้อมกับการสมัครสมาชิก หรืออีเมลแจ้งเตือนจากบริการก็ตาม ซึ่งมันยังคงมีค่า และน่าเชื่อถืออยู่ เพียงแต่เราอาจไม่ได้สนใจมันแล้ว ตรงข้ามกับสแปมที่เราไม่เคยต้องการมันโดยสิ้นเชิง
วันนี้ (23 พฤษภาคม) รีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Curve ใหม่สองรุ่นจับ Curve 9320 และ Curve 9220 ที่มาพร้อมกับปุ่มลัดสำหรับเข้าแอพ BBM และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่สุดที่ริมมี BlackBerry OS 7.1 ฟังก์ชันเทียบเท่ารุ่นใหญ่ในราคาย่อมเยา
สเปคของทั้ง Curve 9320 และ Curve 9220 ค่อนข้างใกล้เคียงกัน มีสเปคพื้นฐานเหมือนกันดังนี้
ส่วนที่ต่างกันของสองรุ่นนี้คือ Curve 9320 มีกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED และมีระบบ GPS ส่วน Curve 9220 ลดกล้องเหลือความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ไม่มีแฟลช และไม่มี GPS และไม่มี 3G
ดูเหมือนเฟซบุ๊กกำลังจะมีการปรับหน้าตาของเว็บไซต์อีกครั้ง หลังจากที่เว็บไซต์ข่าว Talking Point Memo ได้อัพโหลดภาพของ Timeline แบบใหม่ที่อ้างว่าเพิ่งปล่อยให้บางคนได้ลองใช้ขึ้นมาแล้ว
โดยรวมแล้วหน้าตาของ Timeline ใหม่นี้จะแน่นกว่าเดิม ข้อมูลจำพวกที่ทำงาน สถานศึกษา ที่อยู่ ถูกโยกขึ้นไปทับพื้นที่ส่วนหนึ่งของภาพ cover และภาพธัมบ์เนลที่เคยมีอยู่ใต้ภาพ cover ก็ถูกเอาออกเหลือเพียงข้อความเปลือยๆ เท่านั้น
ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าหน้าตาแบบใหม่นี้เกิดจากเฟซบุ๊กเปิดให้ปรับแต่งหน้าตาของ Timeline ได้ หรือจะมาเป็นค่ามาตรฐานเลย แน่นอนว่าจะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปเมื่อไรก็ไม่มีข้อมูลเช่นกัน
ดูหน้าตาของ Timeline ใหม่ได้ท้ายข่าวครับ (ดูเทียบของเก่า-ใหม่ ได้จากที่มาครับ)
ที่มา - Mashable
Dennis Woodside ที่กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน จากการรับตำแหน่งซีอีโอของโมโตโรลา ภายหลังการซื้อกิจการจากกูเกิลที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป (จนหลายคนสงสัยว่าเขามีดีอะไรแค่ไหน Page ถึงได้ให้ตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้)
ล่าสุดมีข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับตัวของ Woodside หลังจากเว็บไซต์ The Next Web อ้างรายงานของ Bloomberg Businessweek ว่า Tim Cook ซีอีโอแอปเปิลเคยชักชวนให้ Woodside นั้นมาร่วมงานด้วยเป็นการส่วนตัว เพื่อไปรับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายของแอปเปิล
Larry Page ถึงกับต้องให้สัญญากับ Woodside ว่าจะมีงานใหญ่ให้รับมือเพื่อรั้งตัวเอาไว้ ในช่วงหน้าร้อนของปี 2011 ช่วงเดียวกับที่กูเกิลประกาศเข้าซื้อโมโตโรลา แน่นอนว่า Woodside นั้นรับคำ และขึ้นมาเป็นซีอีโอของโมโตโรลาในตอนนี้
ผลงานเด่นของ Woodside คือการขยายฐานโฆษณาของกูเกิลออกไปในหลายประเทศ ซึ่งช่วยให้กูเกิลมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปเป็น 17,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาสามปีเท่านั้น แค่นี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่าคนๆ นี้ไม่ธรรมดา
ที่น่าสนใจต่อไปคือโมโตโรลาภายใต้ฝีมือของ Woodside จะไปได้แค่ไหนกัน
ที่มา - The Next Web
เป็นไปตามความคาดหมาย หลังจากที่กูเกิลได้ไฟเขียวให้ผ่านการซื้อกิจการของโมโตโรลาจากจีนแล้ว วันนี้ Larry Page ซีอีโอของกูเกิลได้เขียนลงบล็อกทางการว่าการเข้าซื้อโมโตโรลานั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
การเปลี่ยนแปลงแรกของโมโตโรลาคือซีอีโอเก่าอย่าง Sanjay Jha ได้ออกจากตำแหน่งซีอีโอแล้ว และให้คนของกูเกิลคือ Dennis Woodside ขึ้นเป็นซีอีโอของโมโตโรลาแทน
สำหรับประวัติของ Woodside นั้นจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ในสาขาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอุตสาหกรรม และนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกฎหมายสแตนฟอร์ด เริ่มเข้าทำงานกับกูเกิลมาตั้งแต่ปี 2003 โดยเริ่มจากตำแหน่งฝ่ายขาย และปฏิบัติการ และยังเป็นคนที่ช่วยขยายฐานขายโฆษณาของกูเกิลออกไปยังทั่วโลกอีกด้วย
นอกจาก Woodside แล้วยังมีคนอื่นๆ จากหลายแหล่งเข้ามาร่วมงานในตำแหน่งผู้บริหารของโมโตโรลาอีกหลายคน ดูได้จากที่มาครับ
ที่มา - Google Official Blog, IBN Live
หากคุณเป็นคนนึงที่ไม่ชอบหน้าโฮมสกรีนของแท็บเล็ตแอนดรอยด์ล่ะก็ อาจจะถูกใจกับโฮมสกรีนตัวนี้ของ Teknision ที่ชื่อว่า Chameleon (หมายถึงกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีตัวเองได้) ที่จะปรับหน้าโฮมสกรีนได้ตามประเภทการใช้งานได้ ด้วยอินเทอร์เฟซที่ดูได้ง่ายกว่า และตรงใจกว่า
ค่าพื้นฐานของ Chameleon มีทั้งหมดสามหน้าคือ Morning Home Screeen สำหรับใช้ยามตื่นเช้าก่อนไปทำงาน Office Home Screen สำหรับใช้ในที่ทำงาน และ Evening Home Screen สำหรับใช้หลังเลิกงาน ซึ่งจะถูกเลือกผ่านข้อมูลจาก GPS, Wi-Fi ที่เชื่อมต่อ และเวลาในขณะนั้น
อินเทอร์เฟซหลักๆ ของ Chameleon มีสามส่วนคือ แถบด้านล่างสำหรับวางไอคอนแอพ ซึ่งจะมีปุ่ม home และปุ่มเรียก drawer ส่วนพื้นที่เหลือทั้งหมดมีไว้สำหรับวางวิตเจ็ตหน้าตาเป็นกล่องๆ เชื่อมติดกับวิตเจ็ตอันอื่นๆ
ใครยังงงๆ ลองดูวิดีโอได้ท้ายข่าวครับ
ข่าวลือล่าสุดของไอโฟนรุ่นต่อไปมาแล้ว โดย 9to5Mac อ้างข้อมูลวงในว่าแอปเปิลเริ่มทดสอบไอโฟนรุ่นต่อไปกันภายในรหัส N41AP (5,1) และ N42AP (5,2) (เป็นรหัสเหมือนกับ N96 ที่ใช้สำหรับทดสอบภายใน) ซึ่งแน่นอนว่าตัวเครื่องจะถูกล็อกเอาไว้ในเคสเพื่อไม่ให้เห็นหน้าตาจริงๆ ของเครื่อง แต่ก็ทำให้รู้ว่าหน้าจอจริงๆ ของไอโฟนรุ่นใหม่นั้นใหญ่ขึ้น
ทั้งสองรุ่นที่ทดสอบนั้นถูกรายงานว่ามีขนาดหน้าจอเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 นิ้ว มีความกว้างเท่าเดิมที่ 1.94 นิ้ว แต่สูงขึ้นเป็น 3.45 นิ้ว และความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 640x1136 พิกเซล ซึ่งยังคงความเป็น Retina Display อยู่ และความละเอียดนี้ทำให้สัดส่วนหน้าจอของไอโฟนใหม่นั้นใกล้เคียง 16:9 อย่างมาก
ในส่วนของซอฟต์แวร์มีข้อมูลว่าแอปเปิลจะปรับให้หน้าโฮมสกรีนรองรับไอคอนแอพได้เพิ่มขึ้นเป็น 5 แถวเพื่อตอบรับกับหน้าจอที่ยาวขึ้น
นอกจากนี้มีข้อมูลเพิ่มอีกว่ารุ่นทดสอบดังกล่าวยังมีปุ่มโฮมอยู่ หลังจากที่ช่วงหลังมีข่าวลือว่าแอปเปิลจะเอาออกในรุ่นนี้ และพอร์ตเชื่อมต่อใหม่ที่มีขนาดเล็กลง ประมาณระหว่าง micro USB และ mini USB
อย่าลืมนะครับว่านี่ข่าวลือ
ที่มา - 9to5Mac
บริการฟังเพลงที่กำลังนิยมในหลายประเทศตอนนี้อย่าง Spotify ขยายประเทศที่ให้บริการอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกที่ให้บริการในประเทศนอกทวีปยุโรป และอเมริกาเหนืออีกด้วย
สองประเทศที่เพิ่มเข้ามาได้แก่ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยทั้งสองประเทศจะมี Spotify apps เฉพาะของแต่ละประเทศคือ Triple J ของออสเตรเลีย และ NZ Top 40 ของนิวซีแลนด์ที่จะแสดงเพลงฮิตใหม่ๆ ของแต่ละประเทศ
ที่มา - The Verge
ท่ามกลางความสงสัยว่าการออกแบบของ Galaxy S III ที่มีหน้าตาต่างจากรุ่นก่อนหน้าพอสมควร เป็นเพราะต้องการเลี่ยงการถูกฟ้องละเมิดสิทธิบัตรอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับแท็บเล็ตของตัวเองหรือไม่นั้นวันนี้มีคำตอบแล้วครับ
Chang Dong-hoon รองหัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของซัมซุงได้บอกกับนักข่าวในงาน 2012 Seoul Digital Forum ว่าที่การออกแบบของเราเปลี่ยนไปนั้น ไม่ใช่เพราะว่าคดีฟ้องร้องกับแอปเปิล แต่เป็นหนึ่งในแผนการออกแบบสมาร์ทโฟนในอีกห้าปีข้างหน้า ไม่ใช่เพิ่งมาเปลี่ยนเอากระทันหัน เขายังบอกอีกว่ารูปทรงโค้งมนของ Galaxy S III ถูกออกแบบซ้ำไปมากว่าร้อยครั้ง จนได้ออกมาหน้าตาแบบนี้
ที่มา - The Verge
หลังจากที่อินเทลเริ่มบุกตลาดสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังด้วย x86 (Atom) ที่ตอนนี้ออกเครื่องจริงมาแล้วหนึ่งรุ่นในชื่อ XOLO X900 ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานทัดเทียมกับชิปรุ่นท็อปๆ ของฝั่ง ARM แม้ว่าจะเป็นชิปแบบซิงเกิลคอร์ แม้ว่ายังมีปัญหาเรื่องการใช้พลังงานอยู่ แต่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของอินเทล ส่วนฝั่ง ARM เองก็พยายามรุกเข้าไปในตลาดพีซีซึ่งเป็นฐานที่มั่นของอินเทลเช่นกัน
ล่าสุด Warren East ซีอีโอของ ARM บอกกับ Dow Jones Newswires ว่าบริษัทคาดว่าราวปี 2014-2015 พีซีที่ใช้ชิป ARM จะกินตลาดประมาณ 10-20% ในทางกลับกันจะมีผู้ใช้ชิปของอินเทลบนสมาร์ทโฟนเพียง 5-10% เท่านั้น
East พูดถึง XOLO X900 ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดี แต่ว่ายังมีผู้ผลิตชิปอีกกว่า 20 รายที่แข่งขันกันในตลาดนี้ จึงยากที่ซักบริษัทจะเอามาครองตลาดอย่างที่เกิดในตลาดพีซี
ปิดท้ายด้วยชิป ARM สำหรับพีซีที่ East บอกว่าจะมีราคาถูกกว่าของอินเทลมาก ซึ่งอาจใกล้เคียงกับราคาของชิปที่ใช้ในสมาร์ทโฟนปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ราว 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ส่วนอินเทลเริ่มต้นที่ประมาณ 80-200 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ที่มา - WSJ
ท่ามกลางข่าวลือว่ากูเกิลกำลังจะเปลี่ยนอินเทอร์เฟซของแอพหลายตัว (อย่างที่เกิดกับ Google+ และ YouTube) มีทีมนักออกแบบจากรัสเซียได้ออกมาโชว์แนวคิดอินเทอร์เฟซแอพหลักของกูเกิลอย่าง Calendar และ Contact ที่ปรับให้เชื่อมโยงกับแอพอื่นของกูเกิลได้ดีขึ้น ในหน้าตาแบบใหม่ที่คล้ายกับ Google+
อย่าลืมว่าแนวคิดทั้งหมดนี้ไม่ใช่คลิปหลุดจากกูเกิล และกูเกิลเองก็ยังไม่มีการประกาศใดๆ เกี่ยวกับการปรับอินเทอร์เฟซ เพียงแต่คลิปทำออกมาน่าสนใจดีครับ
หลังจากที่ทำยอดขายถล่มทลายไปแล้ว ทีมงานของ Raspberry Pi ได้โชว์โมดูลกล้องสำหรับเจ้า Raspberry Pi ซึ่งจะเชื่อมต่อจากพอร์ตตรงกลางบอร์ด
กล้องที่เชื่อมต่อกับ Raspberry Pi แล้วสามารถทำงานได้ทั้งโหมดภาพนิ่ง และวิดีโอ ตัวโมดูลที่ใช้ตอนนี้มีเซนเซอร์ความละเอียดถึง 14 ล้านพิกเซล ซึ่งจะถูกลดความละเอียดลงมาในรุ่นจริง เพื่อลดต้นทุน
ทีมงาน Raspberry Pi บอกว่าการเพิ่มกล้องเข้าไป ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำเจ้าเครื่องนี้ไปใช้งานได้หลากหลายประเภทมากขึ้น (บนบอร์ดยังมีพอร์ตว่างด้วย อาจใส่โมดูลอื่นได้อีก)
หน้าตา Raspberry Pi ติดกล้องดูได้ท้ายข่าวครับ
ที่มา - Raspberry Pi
อาจจะมีเซอร์ไพรส์สำหรับผู้ที่รอซื้อ Wii U เสียแล้ว หลังจากที่พนักงานของ TT Games บริษัททำเกมแนวแคชชวล (เช่น ซีรีส์ Lego) ได้เผลอทวีตรูปของจอย Wii U ขึ้นมา ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเห็นครั้งแรกในงาน E3 เมื่อปีที่แล้วพอสมควร
อย่างแรกเลยคืออนาล็อกด้านบนทั้งสองข้างปรับจากแบบแผ่นกลม (แบบ 3DS) เป็นแบบยกสูงจากเดิมเหมือนกับที่ใช้ในจอยของ Wii รุ่นเดิม ปุ่ม start/select ถูกเลื่อนไปด้านขวา ใต้ปุ่ม XYAB และมีปุ่มปริศนาสองปุ่มใต้ปุ่มทิศทาง และข้างปุ่ม power ตัวเครื่องเองก็กลมกว่าของเดิมพอสมควร
ตอนนี้ทวีตต้นทางถูกลบไปแล้ว แต่ทาง joystiq เก็บภาพเอาไว้ได้ทัน ใครสนใจดูหน้าตาจอยใหม่ดูได้ท้ายข่าวครับ (แต่ถ้าจะดูภาพใหญ่ๆ กดตรงนี้)
ที่มา - joystiq
ช่วงหลังมานี้เริ่มมีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น Raspberry Pi ที่ราคาราว 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ Cotton Candy ที่แรงในระดับดูอัลคอร์ด้วยราคา 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ
วันนี้มีอีกหนึ่งเจ้าจากประเทศจีนที่ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยในชื่อ AllWinner A10 (ชื่อเดียวกับซีพียู) สเปคที่ให้มานั้นคือซีพียู ARM (น่าจะเป็น Cortex-A9) ความถี่ 1.5GHz จีพียูเป็น Mali 400 มีพื้นที่ภายใน 4GB แรม 512MB พอร์ตเชื่อมต่อมี USB เต็มหนึ่งพอร์ต micro USB หนึ่งพอร์ต และ HDMI อีกหนึ่งพอร์ตสำหรับต่อจอ (ต้องใช้สายด้วย) รองรับ Wi-Fi และรองรับการใส่ micro SD เพิ่มได้สูงสุด 32GB
ระบบปฏิบัติการที่รองรับมีทั้งแอนดรอยด์ 4.0 (ICS) และลินุกซ์รุ่น ARM ที่มาบอกว่าของเริ่มขายแล้ว เปิดราคาที่ 74 ดอลลาร์สหรัฐฯ ใครสนใจก็ลองสั่งกันนะครับ
ที่มา - ars technica
ดูเหมือนสตีฟจ็อบส์ จะมีแนวคิดที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมหลายประเภทมาก เพราะนอกจากวงการเทคโนโลยีแล้ว ยังมีวงการศึกษา ถ่ายภาพ และทีวี ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ด้วย แต่แค่นั้นอาจจะยังไม่หมด หลังจากที่ Mickey Drexler ซีอีโอของบริษัท J.Crew และเป็นบอร์ดของแอปเปิลได้ออกมาบอกว่า จ็อบส์นั้นอยากทำรถด้วย
Drexler พูดในระหว่างงานคอนเฟอเรนซ์เกี่ยวกับนวัตกรรมของ Fast Company ว่า "ก่อนจ็อบส์เคยฝันว่าจะออกแบบรถยนต์ (iCar?) ก่อนที่เขาจะตาย ซึ่งมันจะกินส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ได้ถึง 50% น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ทำมัน" นอกจากเรื่องรถแล้ว พิธีกรได้ถามถึงความเป็นไปได้ของ Apple TV ตัวใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ Drexler บอกว่าห้องนั่งเล่นเป็นจุดที่เราจะเน้นในอนาคตอย่างแน่นอน (และก็แน่นอนว่าไม่มีรายละเอียดอะไรเลย)
คลิปสัมภาษณ์อยู่ท้ายข่าวเหมือนเดิมครับ
ที่มา - Fast Company