lew's blog

Blognone ร่วมมือกับไมโครซอฟท์จัดกิจกรรมอธิบายฟีเจอร์ใน SQL Server 2012

ไมโครซอฟท์เพิ่งออก SQL Server 2012 ที่มีฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก และตอนนี้ก็เปิดตัวในประเทศไทยไปแล้วนะครับ ทางไมโครซอฟท์จึงจัดกิจกรรมร่วมกับ Blognone ชวนให้สมาชิกทุกคนมาร่วมกันเขียน อธิบายถึงฟีเจอร์ต่างๆ ใน SQL Server ตัวใหม่นี้

ข้อมูลของฟีเจอร์ใหม่ๆ สามารถหาได้จากเว็บ www.sqlserverlaunch.com โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องเขียนถึงฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่ง (ทีละฟีเจอร์เท่านั้น) เป็นหนึ่งบทความใน Blognone พร้อมใส่แท็ก "SQL Server Event" กติกามีดังนี้

Ubisoft ส่งเกม From Dust ลง Chrome Web Store

From Dust เป็นเกมในกลุ่ม God game ที่เราเป็นเทพดูแลชนเผ่าให้อยู่รอดปลอดภัย โดยปีที่แล้วเกมนี้ออกสู่ตลาดผ่าน Xbox Live, Playstation Network, และพีซี และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง Ubisoft ก็ประกาศว่ามันจะลง Chrome อีกแพลตฟอร์มหนึ่ง และตอนนี้ตัวเกมก็เปิดให้เล่นรุ่นทดลองแล้ว

เช่นเดียวกับเกมอื่นๆ ที่พอร์ตมาจากแพลตฟอร์มอื่น From Dust ต้องการ Chrome ที่รองรับ WebGL เท่านั้น

ที่มา - Chrome Web Store

ผู้บริหาร SAP ถูกจับฐานเปลี่ยนป้ายบาร์โค้ดสินค้าเพื่อลดราคา

Thomas Langenbach รองประธาน SAP ถูกจับในร้าน Target หลังเขาเปลี่ยนป้ายบาร์โค้ดเลโก้รุ่น Millennium Falcon ที่มีราคาถึง 279 ดอลลาร์เป็นป้ายที่เขาพิมพ์ขึ้นเองจนเหลือราคาที่เครื่องคิดเงินเพียง 49 ดอลลาร์ รวมของที่เขาเปลี่ยนป้ายราคา 7 รายการมูลค่ากว่า 1,000 ดอลลาร์

หลังการสืบสวนพบว่า Langenbach นำเลโก้ที่ซื้อมาได้ไปขายใน eBay ปีที่แล้วกว่า 2,100 รายการเป็นเงินกว่า 30,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ในบ้านของเขายังมีเลโก้อีกนับร้อยกล่อง

การกระทำที่ต่อเนื่องทำให้ร้าน Target สงสัย Langenbach มาก่อนหน้านี้นานแล้ว และเมื่อเขาเข้าไปในร้านวันนี้ทางหน่วยรักษาความปลอดภัยจึงเฝ้ามองเขาตลอดเวลาจนกระทั่งจ่ายเงินจึงเข้าคุมตัวและเรียกตำรวจ

ที่มา - International Business Times

ไมโครซอฟท์โต้ StatCounter: Internet Explorer ยังเป็นที่หนึ่งของโลก

หลัง StatCounter แสดงตัวเลขว่า Chrome แซงหน้า Internet Explorer (IE) ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ ทางไมโครซอฟท์ก็ออกมาเขียนบล็อกชี้แจงการวัดผลโดยเน้นการโจมตีว่าผลของ StatCounter นั้นไม่น่าเชื่อถือสามประการ

  1. Chrome มีการเรนเดอร์หน้าเว็บล่วงหน้าแม้ผู้ใช้ไม่ได้ดู แม้ทาง StatCounter จะได้ประกาศว่าแยกข้อมูลของหน้าเว็บที่เรนเดอร์ล่วงหน้าไปแล้ว แต่ไมโครซอฟท์ก็อ้างว่า Net Applications นั้นการไม่นับหน้าเว็บที่เรนเดอร์โดยไม่ได้เข้าดูจริงแล้วและมีผลกระทบถึง 4.3% แต่ทาง StatCounter นั้นระบุว่ามีผลเพียง 1.3%
  2. การให้น้ำหนักกับประชากรที่ใช้งานจริง อันนี้เป็นปัญหาของผู้ให้บริการวัดผลทั่วโลก เพราะเว็บที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างของแต่ละที่นั้นมีผู้ใช้จากประเทศต่างๆ ไม่เท่ากัน และบางประเทศเช่นจีนนั้นก็มีแนวโน้มจะใช้บริการในประเทศตัวเอง ส่วนนี้ไมโครซอฟท์อ้างว่าถ้าถ่วงน้ำหนักตามประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจริงๆ แล้ว IE น่าจะมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มเป็น 44.6% กลับมาเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง
  3. การนับจำนวนผู้ใช้กับการนับจำนวนหน้าที่เข้าชม โดย Net Applications นั้นนับจำนวนผู้ใช้แยกตามรายคน ขณะที่ StatCounter นั้นนับหน้าเข้าชมโดยตรง

แต่ไม่ว่าไมโครซอฟท์จะอ้างอย่างไร ความจริงอย่างหนึ่งคือ Chrome นั้นกำลังกินตลาด IE อย่างหนัก และไมโครซอฟท์คงต้องทำงานหนักกว่านี้เพื่อให้ส่วนแบ่งของ IE หยุดลดลงอย่างทุกวันนี้

ที่มา - Windows Team Blog

Seagate ซื้อ LaCie แล้ว

ในโลกอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอก หลายคนน่าจะได้เห็น LaCie ที่เป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ภายนอกที่เด่นๆ คือเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์แบบ Thunderbolt มารองรับกับเครื่อง Macbook Pro เป็นเจ้าแรกๆ วันนี้ซีเกตก็ประกาศเข้าซื้อหุ้นจากซีอีโอและกลุ่มของเขารวมเป็นหุ้น 64.5% ทำให้ซีเกตมีอำนาจครอบครองบริษัทได้ทันที ส่วนผู้ถือหุ้นที่เหลือทางซีเกตจะตั้งรับซื้อหุ้นตามกระบวนการต่อไป

การซื้อครั้งนี้มีมูลค่า 186 ล้านดอลลาร์ โดยตัว LaCie เองมีเงินสดในบริษัท 65 ล้านดอลลาร์ หลังกระบวนการจบ Philippe Spruch ประธานและกรรมการผู้จัดการของ LaCie จะไปนั่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสินค้าคอนซูมเมอร์ของซีเกต

LaCie มีชื่อเสียงในแง่ของความสวยงามของสินค้า และการออกแบบที่เข้ากันได้กับสินค้าของแอปเปิลหลายตัว เราอาจจะได้เห็นการออกแบบคล้ายๆ กันกับซีเกตบ้างในอนาคตก็เป็นได้

ที่มา - Engadget

EMC ซื้อ Syncplicity บริการซิงก์ไฟล์แบบเดียวกับ Dropbox

สงครามบริการซิงก์ไฟล์ข้ามเครื่องกลายเป็นสงครามที่ระอุมากในช่วงหลัง ทั้งกูเกิล, ไมโครซอฟท์ และผู้แข่งขันรายใหม่ๆ ในตลาดพากันจับจองพื้นที่อย่างแข็งขัน บริษัทที่ครองตลาดการจัดเก็บข้อมูลในองค์กรมาก่อนอย่าง EMC ก็เลือกที่จะเข้าตลาดนี้ด้วยการซื้อบริษัท Syncplicity ที่ทำตลาดอยู่ก่อนแล้ว

Syncplicity เองนั้นมีลูกค้าอยู่ในตอนนี้ 25,000 คน โดยมีจุดเด่นที่ศูนย์ข้อมูลนั้นได้มาตรฐาน SAS70 Type II

การเข้าซื้อ Syncplicity นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะธุรกิจนั้นตรงกัน แต่ในเครือของ EMC นั้นมี VMWare ที่ลงทุนกับโครงการ Octopus อยู่ก่อนแล้ว ทำให้น่าสนใจว่าทาง EMC จะทำอย่างไรกับความซ้ำซ้อนนี้ ที่เป็นไปได้คือการยุบรวมโครงการ เช่น อาจจะใช้เทคโนโลยีของ Syncplicity เข้าไปในโครงการ Octopus หรือไม่ก็หยุดทำโครงการ Octopus ไปเลย

ในภาพกว้างแล้ว การที่บริการอย่าง Syncplicity ได้รับความสนใจขึ้นมา เพราะแนวทางการใช้เครื่องส่วนตัวมาทำงาน (Bring Your Own Device - BYOD) ได้รับการยอมรับมากขึ้นในองค์กรใหญ่ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยแยกชัดเจนระหว่างเครื่องของบริษัทกับเครื่องส่วนตัว การที่พนักงานอาจจะมีอุปกรณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้หน่วยงานต่างๆ ต้องหาบริการที่ยังพอจัดการความปลอดภัยได้ และรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลายเหล่านี้

ที่มา - The Channel Register

VIA ร่วมวงตลาดพีซีขนาดจิ๋วด้วย APC

ตลาดพีซีขนาดจิ๋วเริ่มบูมมาด้วย Rasberry Pi ช่วงหลังๆ ก็เริ่มมีรายอื่นๆ ให้ความสนใจกัน เช่น ผู้ผลิตในจีนอย่าง AllWinner ที่ทำราคาได้เพียง 74 ดอลลาร์พร้อมรัน Android 4.0 ตอนนี้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง VIA ที่ทำตลาดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมาก่อนก็ลงมาเล่นตลาดนี้บ้างแล้วด้วยแบรนด์ลูกที่ชื่อว่า APC

แม้ VIA จะทำตลาดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กด้วยชิป x86 มาก่อน แต่บอร์ด APC กลับใช้ชิป WonderMedia WM8750 ที่เป็น ARM 11 800MHz (ยุคก่อน Cortex เสียอีก) โดยมีจุดขายสำคัญคือ ราคาที่ถูกเพียง 49 ดอลลาร์ และตัวบอร์ดที่ VIA ออกมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า Neo-ITX โดยจุดวางน็อตนั้นเข้ากันได้กับ Mini-ITX และ micro-ATX พอร์ตนั้นมีทั้ง VGA และ HDMI รองรับแลนแบบ Ethernet หน่วยความจำ 512MB และแฟลชขนาด 2GB สุดท้ายคือติดตั้ง Android 2.3 มาในตัว

นอกจากความช้าแล้ว เรื่องที่ไม่น่าประทับใจอีกอย่างคงเป็นอัตราการกินไฟ 15 วัตต์ที่สูงกว่าชิป ARM รุ่นใหม่ๆ พอสมควร แม้จะต่ำมากแล้วเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์พีซีก็ตาม

คิดๆ ดูน่าซื้อเครื่องพวกนี้มาติดกับจอภาพ ไว้ให้ห้องสมุดตามสถานที่สาธารณะให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี

ที่มา - APC.io

มหาวิทยาลัยขอนแก่นย้ายระบบเมล 60,000 คนไปใช้ Google Apps for Education

นอกจากตลาดองค์กรแล้ว อีกตลาดหนึ่งที่กูเกิลพยายามบุกมาอย่างต่อเนื่อง คือ ตลาดการศึกษาที่กูเกิลเสนอให้หน่วยงานการศึกษาต่างๆ สามารถใช้ระบบเมลของ Google Apps for Education ได้ฟรี ในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็เริ่มย้ายระบบเมลของผู้ใช้ทั้งหมดนับแต่บุคลากร, นักศึกษา, และศิษย์เก่า มาใช้ Google Apps for Education ทั้งหมด

มหาวิทยาลัยขอนแก่นนับเป็นมหาวิทยาลัยแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เลือกย้ายระบบเมลไปใช้งาน Google Apps

ปี 2011 ที่ผ่านมามีผู้ใช้ในโครงการ Google Apps for Education แล้ว 16 ล้านคนจากสถาบันการศึกษาใน 146 ประเทศ

ใช้งานแบบนี้ไม่แน่ใจว่าหน่วยงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะเลิกต้องส่งไฟล์เป็น "ไฟล์ MS Word 97 ใช้ฟอนต์ Angsana ขนาด 14 เท่านั้น" เหมือนในหลายหน่วยงานหรือเปล่า

ที่มา - Google Thailand

แท็บเล็ตป.1 2,000 เครื่องแรกเข้าไทยวันนี้

เมื่อวันก่อนผมได้รับอีเมลจากคุณโสรัฐฎา ภุมวิภาชน์ (นามสกุลถอดจากภาษาอังกฤษ) รายงานข่าวว่าวันนี้แท็บเล็ตเด็กประถมหนึ่งจะเข้ามาถึงเมืองไทย 2,000 เครื่องแรก

นอกจากแจ้งการส่งมอบแท็บเล็ตแล้ว ยังมีรายละเอียดอื่นๆ เช่น ซอฟต์แวร์ในแท็บเล็ตนั้นพัฒนาโดยคุณพิพัฒน์ วัฒนศาสตร์ มอบให้กับทางกระทรวงไอซีทีและ SIPA ฟรี ส่วนนี้น่าจะตอบคำถามหลายคนได้ว่าใช้เงินทุนในการสร้างเท่าไร

อีกส่วนหนึ่ง คือ แท็บเล็ตนี้จะมี App.Store (สะกดตามที่มา) ที่เป็นแหล่งรวมแอพพลิเคชั่นจากภายนอก โดยแอพพลิเคชั่นที่จะส่งเข้ามาได้แต่ต้องผ่านการตรวจสอบของ SIPA ก่อน

ที่มาอยู่ในเนื้ออีเมลท้ายข่าว พร้อมรูปถ่ายที่ส่งมาพร้อมกันครับ

พรีวิว Acer A510 การบุกตลาดแท็บเล็ตระลอกที่สองของเอเซอร์

ตลาดแท็บเล็ตเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในโลกไอที ถัดจากสมาร์ตโฟน ปีที่แล้วเราเห็นแบรนด์ไอทีจำนวนมากพยายามบุกตลาดแท็บเล็ตอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จากทั้งความไม่พร้อมของ Honeycomb เองและการออกแบบที่ยังทำได้ไม่ดีนัก

ปีที่แล้วเอเซอร์ก็พยายามบุกตลาดนี้มาก่อนด้วย Acer A500 แม้จะพยายามชูความเหนือกว่าด้วยหน้าจอ 720p และพอร์ต USB ขนาดเต็ม แต่น้ำหนักที่มากเกินกว่าจะจับถือได้สะดวกและความหนาก็ทำให้มันใช้งานลำบากพอเกินกว่าจะพกไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา

ไมโครซอฟท์โชว์ Office 365 โตในเอเชีย 400%

สงครามซอฟต์แวร์ระดับองค์กรกลายเป็นสงครามใหญ่ระหว่างไมโครซอฟท์และกูเกิล นอกจากหน่วยงานใหญ่ๆ หลายหมื่นคนแล้ว ธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SME) ก็เป็นแนวรบสำคัญของทั้งสองบริษัท ที่ผ่านมาเราคงได้เห็นหลายหน่วยงานเริ่มย้ายไปใช้ Google Apps กันเป็นระลอก แต่ตอนนี้ไมโครซอฟท์ก็ออกข่าวว่าการใช้งาน Office 365 นั้นเติบโตถึง 400% ในสามไตรมาสล่าสุด

รายงานฉบับนี้เป็นการแก้ข่าวของการ์ตเนอร์ที่ออกรายงานมาก่อนหน้านี้ว่าไมโครซอฟท์กำลังถูกกูเกิลกินตลาดอย่างหนัก โดยรายงานระบุว่ากูเกิลนั้นชิงตลาดของลูกค้าที่จ่ายเงินมาได้ตั้งแต่ 33% ถึง 50% ขององค์กรที่ใช้บริการออฟฟิศบนกลุ่มเมฆ ขณะที่ไมโครซอฟท์นั้นแม้จะดูว่ามีลูกค้าจำนวนมาก แต่ส่วนมากเป็นการแถมไปให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าของไมโครซอฟท์อยู่แล้ว ลูกค้าจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้ทำอะไรกับ Office 365 ที่ได้ไป

รายงานของการ์ตเนอร์ระบุว่ารายได้จาก Office ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์รวมกันมีมูลค่าในเอเชียถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่รายได้จากฝั่งออนไลน์นั้นมีเพียง 1.5%

ไมโครซอฟท์ไม่เปิดเผยตัวเลขทั้งจำนวนองค์กรและจำนวนผู้ใช้ใน Office 365 แต่อย่างใด

ที่มา - The Register

นักวิจัยสร้างวิทยุส่งข้อมูลที่ย่าน 542GHz ได้สำเร็จ

ทีมวิจัยจากญี่ปุ่นสร้างเครื่องส่งวิทยุความถี่ย่านความถี่สูงถึง 542GHz เป็นผลสำเร็จ และความสำเร็จนี้อาจจะเปิดให้เราใช้คลื่นย่านใหม่ๆ ได้ หลังจากที่การใช้งานทุกวันนี้มักจำกัดอยู่ที่เพดาน 300GHz เท่านั้น

การทะลุเพดาน 300GHz ทำให้เราสามารถเข้าใช้งานคลื่นในย่านที่เรียกว่า THF (Tremendously high frequency) โดยก่อนหน้านี้คลื่นที่เราใช้ประโยชน์เพื่อการสื่อสารสูงสุดนั้น คือ คลื่นในย่าน EHF (Extremely high frequency) ที่แม้จะมีการใช้งานอยู่บ้างแต่ก็เป็นการติดต่อระหว่างดาวเทียมนอกโลก โดยมันเป็นคลื่นย่านสุดท้ายก่อนจะเริ่มเป็นแสงอินฟราเรด

ทีมวิจัยสามารถจาก Tokyo Institute of Technology ที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็ว 2Gb/s และ 5Gb/s โดยมีอัตราข้อมูลผิดลาด (Bit Error Rate - BER) อยู่ที่ 2×10^−8 and 3×10^−5 ตามสำดับ

สำหรับคลื่นที่จะมาเป็นสินค้าให้เราใช้งานได้ในเร็วๆ นี้คงไม่เกิน 60GHz ที่กลายกลุ่มกำลังพัฒนามาตรฐานการสื่อสารระยะสั้นที่มาใช้แทน USB ในอนาคต

ที่มา - BBC

บทเรียนคลื่นว่าง Verizon เตรียมขายคลื่น 700MHz ไปซื้อคลื่น 2200MHz

ตั้งแต่ปี 2008 คลื่นย่าน 700MHz ในสหรัฐฯ เคยว่างลงจน FCC เปิดประมูล และหลายฝ่ายคาดกันว่ามันจะเป็นอนาคตของคลื่นสำหรับอินเทอร์เน็ตไร้สายในสหรัฐฯ เช่น โมโตโรลาก็เคยสาธิตการใช้โทรศัพท์ LTE ในคลื่นย่านนี้ แต่เวลาผ่านไปสี่ปี ผู้ชนะการประมูลรายใหญ่คือ Verizon และจ่ายเงินไปถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์ กลับไม่ได้ทำอะไรกับคลื่นนี้เลย และถึงตอนนี้ Verizon ก็ขอให้ FCC เห็นชอบให้ Verizon ขายคลื่นนี้ออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย

Verizon อ้างเหตุผลของการขายคลื่นครั้งนี้ว่าต้องการไปซื้อคลื่นในย่าน 2200MHz หรือคลื่น AWS (Advanced Wireless Service) จากกลุ่มบริษัทที่ถือคลื่นอยู่และปรับพอร์ตการถือครองคลื่นของตัวเอง โดยคลื่นย่าน 700MHz ที่ Verizon ถือครองนั้นมีจำนวนหลายใบในหลายช่องบล็อค ที่ Verizon ต้องการขายคือบล็อค A และ B ที่เป็นบล็อคเล็ก และยังถือบล็อค C ที่ประมูลแข่งกับกูเกิลมาในราคาสูงต่อไป

ในตอนนี้เป็นขั้นตอนการขอความเห็นชอบในการโอนย้ายคลื่นจาก FCC ทาง FCC ได้ส่งคำถามมายัง Verizon สองข้อ คือ "Verizon ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้างในการวางเครือข่ายในคลื่นย่านที่จะขายไปนี้" และ "ถ้า FCC ไม่อนุมัติให้ขายคลื่นนี้ Verizon จะยกเลิกแผนซื้อคลื่น AWS ด้วยหรือไม่"

สำหรับบ้านเรากฏหมายของเรานั้นไม่อนุญาตให้ส่งต่อคลื่นกันได้แบบสหรัฐฯ คือ ประมูลเองต้องทำเอง ปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ข่าวนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีว่าขนาดต้องต้องจ่ายค่าใบอนุญาตแพงๆ ก็ยังมีเหตุการณ์คลื่นร้างกันอยู่

ที่มา - ArsTechnica

General Motors เลิกโฆษณาบน Facebook

General Motors (GM) บริษัทผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ตัดสินใจเลิกโฆษณาบนเฟซบุ๊กโดยไม่บอกเหตุผลที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามมีแหล่งข่าวระบุว่าโฆษณาบนเฟซบุ๊กนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี ทาง GM จะยังคงหน้า Facebook Page เอาไว้สื่อสารกับลูกค้าต่อไป โดยผู้บริหารระบุว่าหน้า Page ยังเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการสื่อสารกับลูกค้า โดยค่าใช้จ่ายของโฆษณาบนเฟซบุ๊กของ GM ในปีที่ผ่านมาคือ 40 ล้านดอลลาร์ แต่จ่ายให้กับเฟซบุ๊กเพียง 10 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นค่าสร้างเนื้อหาและค่าเอเจนซี

คู่แข่งรายอื่นๆ ออกมาตอบคำถามในประเด็นนี้ว่ายังคงโฆษณาบนเฟซบุ๊กกันต่อไป เช่น ฟอร์ด, ซุบารุ, และไครสเลอร์

ที่มา - Reuters

สหรัฐฯ เริ่มโครงการเตือนภัยพิบัติผ่าน SMS เฉพาะพื้นที่แล้ว

สมาคมผู้ให้บริการแบบไร้สายของสหรัฐฯ ประกาศความร่วมมือในบริการเตือนภัยผ่านทาง SMS ที่มีชื่อบริการว่า Wireless Emergency Alerts (WEA) โดยผู้ให้บริการในสหรัฐฯ ที่เป็นสมาชิกของ CTIA จะรับข้อมูลจากหน่วยงานเตือนภัยของรัฐ เพื่อส่ง SMS ให้กับผู้ใช้ในพื้นที่เสี่ยงภัยฟรี

ผู้ให้บริการโทรศัพท์รายหลักๆ แทบทั้งหมดในสหรัฐฯ เป็นสมาชิกของ CTIA ดังนั้นตอนนี้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ ก็จะได้รับ SMS หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภายแทบทั้งหมด โดยหน่วยงานที่จะส่งข้อความเตือนภัยได้ ได้แก่ FCC ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลคลื่นความถี่, FEMA หน่วยงานดูแลภัยพิบัติ, และ DHS หน่วยงานด้านความมั่นคง

นอกจากเตือนภัยพิบัติแล้ว ระบบ WEA ยังสามารถเตือนข้อมูลเด็กหาย (AMBER Alert) และข้อความเตือนโดยตรงจากประธานาธิบดีได้ โดยผู้ใช้สามารถเลือกไม่รับ AMBER ได้แต่ไม่สามารถเลือกไม่รับคำเตือนอื่นๆ ได้ แต่ในความเป็นจริงการเตือนอื่นๆ คงมีไม่มากนัก

เป็นการบ้านอีกข้อหนึ่งให้กสทช. บ้านเรา หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มระบบตรวจจับโทรศัพท์มือถือหายแล้ว

ที่มา - USA Today