อย่างที่เคยบอกไว้ว่าผมได้รับเชิญจากทาง HTC ประเทศไทย ให้ร่วมโต๊ะอาหารในงานเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของ HTC One ที่จัดขึ้นที่ห้องอาหาร The Porch โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพ ถนนวิทยุ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา วันนี้ผมก็มีบรรยากาศในงานมาฝากครับ
งานนี้จัดขึ้นเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่าง HTC One ซึ่งก็มีแขกที่เข้าร่วมงานมากหน้าหลายตาเลยทีเดียว ทั้งคนในวงการมือถือ พิธีกร พรีเซ็นเตอร์ รวมถึงกูรูด้านไอทีอีกนับไม่ถ้วน และที่สำคัญที่สุด นอกจากแขกที่ผมกล่าวมา รวมถึงผู้บริหารของ HTC ประเทศไทยแล้วนั้น ยังมีแขกพิเศษจาก HTC สาขา Seattle มาเข้าร่วมงานนี้เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองอีกด้วยครับ งั้นเรามาเข้าเรื่องของเราดีกว่า
สองอาทิตย์หลังจากที่ HTC กระหึ่มเปิดตัวซีรี่ย์ One มาให้สาวก HTC ได้ตื่นตัวกัน "วางขายเมื่อไหร่?" ประโยคนี้เลยกลายเป็นประเด็นหลักในแฟนเพจของ HTC ประเทศไทย ว่าจะวางขายเมื่อไหร่อะไรยังไง โดยเบื้องต้นทาง HTC ได้เปรยๆ ไว้ว่า พี่ใหญ่สุดหรือ One X จะมาในช่วงเดือนเมษายน ส่วนน้องกลางและน้องเล็กอย่าง One S และ One V จะมาในช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยไม่เผยราคาจำหน่าย และรายละเอียดของแพคเกจ ว่าจะมีหูฟัง Monster Beats แถมมาให้ด้วยหรือไม่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ทาง MXPhone.net ได้รายงานว่า HTC เตรียมที่จะวางจำหน่าย HTC One X ในวันที่ 2 เมษายนที่จะถึงนี้ พร้อมๆ กันทั่วเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับงานเปิดตัว HTC One ที่ HTC ส่งจดหมายเชิญที่สิงคโปร์ โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 21,500 บาท และไม่มีหูฟัง Monster Beats แถมมาให้ด้วย (เหตุผลส่วนตัว คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของการฉีกสัญญา Monster Beats มากกว่าครับ)
สำหรับประเทศไทย HTC จะเปิดตัว HTC One ในวันจันทร์ที่ 19 มีนาคมนี้ครับ พอดีได้รับคำเชิญจากทางแฟนเพจด้วย ^^ ไว้เดี๋ยวจะไปเก็บรายละเอียดมาฝากครับผม ^^
ที่มา - MXPhone
เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ซัมซุงได้ประกาศเซ็นสัญญาเข้าเป็นพันธมิตรกับ Jays บริษัทผลิตหูฟังคุณภาพสูงสัญชาติสวีเดน เพื่อเตรียมบุกตลาด Premium Music Phone ที่กำลังระอุอยู่ในช่วงนี้ครับ
ต้นตอของการเซ็นสัญญาในครั้งนี้คงไม่ต้องสืบมากหรอกครับ ก็คงเป็นเพราะว่าคู่หู HTC Beats นั่นแหละครับ ที่สามารถบุกเบิกตลาดทางนี้ได้ และสามารถกอบโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ และนอกจากนี้ ในเร็วๆ นี้ก็จะมีพันธมิตรอีกหนึ่งฝั่ง นั่นก็คือ Nokia Monster ที่เตรียมออกหูฟังซีรียส์ Nokia Purity by Monster อีกด้วย
ส่วนกรณีของซัมซุงก็คงไม่แพ้กัน นั่นก็คือเลือกหูฟัง v-Jays มาแพ็คคู่กันกับสมาร์ทโฟนของตนนั่นแหละครับ (เหมือนกรณี HTC Sensation XL+Monster Beats Solo) แต่จะมาพร้อมกับรุ่นอะไรนั้น คงต้องรอดูกันในงาน MWC 2012 นี้ครับ
ที่มา - The Next Web
เมื่อหลายวันก่อนทาง Poketnow.com ได้ไปเจอวีดีโอพรีวิว HTC Ville ที่เป็นตัว Prototype พร้อมผลิตแล้วหลุดออกมา โดยวีดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ชัดว่า HTC ตัด 4 ปุ่มลัดคำสั่ง Search ออกไป (เหลือแค่ Home, Back, Menu) รวมถึงจัดวางปุ่มใหม่ให้คล้าย Windows Phone มากขึ้น และ HTC ยังได้บอกว่า แนวคิดในการวางปุ่มแบบนี้ จะถูกนำไปใช้ใน HTC Android ปี 2012 เกือบทั้งหมด และนอกจากนี้ ยังจะได้เห็นถึงความสามารถในการใช้ GPU วาดหน้าจอ เพราะ Sense 4.0 จะเปลี่ยนรูปแบบเป็น 3 มิติเกือบทั้งรอม ซึ่งดูแล้ว Snapdragon S4 ความเร็ว 1.5 GHz ก็สามารถตอบสนองได้ดีทีเดียวครับ
ส่วน Ville เราน่าจะได้เห็นโฉมกันไวสุด ก็งาน MWC 2012 นี่แหละครับ
ที่มา - Pocketnow
หลังจากมีการเผยรายชื่ออย่างไม่เป็นทางการ ว่าตัวไหนจะได้ Roll-out เป็น ICS+Sense 3.5 กันบ้าง (สรุปว่ายังเป็น Sense 3.5 อยู่นะครับ ยังไม่เปลี่ยนเป็น 4.0 ตามข่าวลือแต่อย่างใด สกรีนช็อตดูได้ที่นี่ครับ) เมื่อหลายวันก่อน HTC ก็ได้ประกาศว่า จะมีรุ่นไหนที่จะถูก Roll-out เป็น ICS แน่นอนกันบ้าง พร้อมกับกำหนดการอัพเดตคร่าวๆ ครับ
รุ่นที่จะได้อัพเดตขึ้นไปก็จะมี EVO 3D, Sensation, Sensation XE, Sensation XL, Amaze 4G, Rezound, Evo 4G Design, Vivid, Thunderbolt ครับ ส่วนรุ่นที่ไม่ได้แน่นอน คือรุ่นหลังจากกลางปี 2011 ลงไปทั้งหมด ได้แก่ Desire (2.3.3 Value Pack), Desire HD (2.3.5/Sense 3), Desire S (2.3.5/Sense 3), Desire Z , Incredible S (2.3.5/Sense 3), Flyer (3.2/Sense Tablet 1), Rhyme, Wildfire S, Salsa, Cha Cha ครับ
กำหนดการคร่าวๆ คือ EVO 3D จะโดน Roll-out ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วแล้วครับ แต่เนื่องจากติดปัญหารอมไม่สมบูรณ์ เลยต้องเลื่อนออกไปก่อน ส่วนภายในเดือนมกราคมนี้ก็จะมีซี่รี่ย์ Sensation, Amaze, Rezound, Evo 4G Design และ Vivid ที่ได้อัพ และภายในไตรมาส 1 ปีนี้ ก็จะให้ Thunderbolt เป็นตัวสุดท้ายครับ
ก็ขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าสำหรับสาวก HTC ที่ไม่ติดโผนะครับ T-T
ที่มา - HTC Inside (Google Translate)
วันนี้บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า "บริษัท มิวสิค ก๊อปปี้ไรท์ คอลเลคชั่น จำกัด" ที่เป็นบริษัทลูกของแกรมมี่ที่ถือหุ้นอยู่เต็ม 100% ได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัท เพิ่มจุดประสงค์ของการทำธุรกิจ และเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทครับ โดยได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น "บริษัท ดิจิตอล เจน จำกัด" โดยเพิ่มจุดประสงค์ของการทำธุรกิจเข้าไปใหม่คือ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีเครือข่ายเป็นของตนเอง หรือ MVNO เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการให้บริการโครงข่าย 3G และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกสองล้านบาทครับ
แต่งานนี้ไม่รู้ว่าแกรมมี่จะเลือกไปเป็น MVNO อยู่ข้างไหนกันแน่ระหว่าง กสท. โทรคมนาคม ที่ทำ 3G ร่วมกับทรู และโดนทรูขอใช้โครงข่ายถึง 80% จากทั้งหมด หรือทีโอทีที่เตรียมเปิดประมูล MVNO เพิ่มในเดือนเมษายนนี้ งานนี้คงต้องจับตาดูเจ้าพ่อวงการบันเทิงที่จะขอแจมวงการโทรคมนาคมไทยเอาไว้ให้ดีแล้วล่ะครับ
ที่มา - RYT9
เหตุการณ์ต่อเนื่องจากเหตุเครือข่ายล่มครั้งที่สองของดีแทคครับ
คุณประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ได้เผยต่อไทยรัฐไว้ว่า ในวันพรุ่งนี้ กสทช. บางท่าน จะเดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ถนนพระรามที่ 4 เพื่อพบผู้บริหารหลักของดีแทค (ซึ่งก็คือคุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์) และพูดคุยถึงสาเหตุการเกิดสัญญาณเครือข่ายล่ม พร้อมกันนั้นยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ กสทช. ไปตรวจสอบตารางบันทึกข้อมูลชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ Mobile Switching Center เพื่อตรวจสอบว่าตรงตามที่ทางดีแทคแจ้งเข้ามาหรือไม่ และจะทำการส่งรายงานกลับมายัง กสทช. ในช่วงเช้า ก่อนที่จะไปพบผู้บริหารของดีแทคในช่วงเวลาบ่ายสองโมงครับ
ซึ่งในวันพรุ่งนี้คุณจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ก็จะออกแถลงข่าวใหญ่ และชี้แจงสาเหตุของปัญหาเครือข่ายล่มต่อสื่อมวลชน ในเวลา 13:00 น. และจะเข้าพบ กสทช. ที่เดินทางไปตรวจสอบ เพื่อชี้แจงสาเหตุของปัญหาด้วยตัวเองในเวลาต่อมาครับ
ที่มา - ไทยรัฐ
ข่าวนี้คงไม่พูดอะไรมากครับ
ครั้งที่แล้ว HTC ได้เพิ่มไลน์ของอุปกรณ์ที่สามารถปลดล็อก Bootloader ได้ วันนี้ HTC ก็ได้เพิ่มไลน์เข้าไปอีกครับ โดยมือถือที่เป็นผู้โชคดีได้แก่ Wildfire, Wildfire S, Salsa, Merge และ Desire ครับ ซึ่งในระหว่างนี้ HTC ก็อยู่ในระหว่างการพัฒนาตัวปลดล็อก Bootloader สำหรับรุ่นเก่าๆ อยู่เรื่อยๆ และจะมีออกมาอีกแน่นอนครับ
เท่ากับว่าตอนนี้ HTC มีรุ่นที่สามารถปลดล็อก Bootloader ได้ถึง 22 รุ่นแล้ว และจะมีเพิ่มอีกเรื่อยๆ ในอนาคตครับ
ที่มา - Android and Me
บริการ Xbox Live ถือว่าเป็นฟีเจอร์เด็ดฟีเจอร์หนึ่งบน Windows Phone ก็ว่าได้ครับ แต่ขณะนี้ฟีเจอร์ดังกล่าว กำลังจะถูกโยกลงมาบน Android เพื่อเอามาตีกับ PlayStation Pocket และบน iOS เพื่อตีกับ Apple GameCenter แล้วด้วย
ข่าวนี้เกิดขึ้นเพราะประกาศรับสมัครงานของไมโครซอฟท์ครับ โดยทางไมโครซอฟท์ประกาศรับตำแหน่ง Software Development Engineer, Senior-IEB-Xbox Live Mobile เพิ่มหลายอัตรา โดยคุณสมบัติของการรับเข้าตำแหน่งนี้คือ จะต้องมีประสบการณ์ในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นอย่างน้อย 2 ปี และถ้ามีประสบการณ์บน Windows Phone, iOS และ Android จะรับพิจารณาเป็นพิเศษ
งานนี้ถือว่าไมโครซอฟท์พกไม้ตายมาท้าชนแอปเปิ้ลอย่างจังๆ แต่กับด้านกูเกิลที่ยังไม่มี Game Center เป็นตัวเป็นตน ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ต้องรีบคว้าไม้ตายนี้ของไมโครซอฟท์อย่างเร็วครับ แต่ว่านี่ก็อาจจะเป็นการฆ่า Windows Phone ไปในตัวด้วยก็เป็นได้
ที่มา - Microsoft Careers ผ่าน Android Central
ป.ล. ประกาศรับสมัครงานนี้ เป็นประกาศ Global นะครับ เข้าทำงานที่ สำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ ที่ Redmond, WA, สหรัฐอเมริกานะครับ ใครใจกล้าก็ลองยื่นใบสมัครดูนะครับ ^^
และก็ลงเอยอย่างที่ทุกท่านคาดไว้ครับ ดีแทคประกาศชดเชยค่าบริการให้ลูกค้าทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงินที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสัญญาณล่มครั้งที่ 2 อีกครั้งตั้งแต่เวลา 12:00 น. ของวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555 จนถึงเวลา 12:00 น. ของวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555 ครับ
โดยปัญหานี้ทางดีแทคได้แจ้งไว้ว่า เกิดปัญหาที่ชุมสายของดีแทค ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ส่งผลให้อัตราความสำเร็จในการเชื่อมต่อของลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 50-60 ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่การเกิดภาวะการจราจรหนาแน่นในระบบ ก็เลยเกิดปัญหาดังกล่าวครับ
ทั้งนี้ทางกสทช. และดีแทค จะจัดทีมลงพื้นที่สำรวจระบบในส่วนของชุมสายที่สุราษฏร์ธานีอีกครั้งในวันที่ 7 มกราคมนี้ และในวันที่ 9 มกราคม ทางกสทช. ก็จะจัดทีมลงสำรวจระบบในกรุงเทพมหานครอีกเช่นกันครับ โดยทั้งนี้ คุณดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค ได้ตัดสินใจยุติการเปลี่ยนอุปกรณ์ HLR ลงชั่วคราว และจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัท อิริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด และจะทบทวนขั้นตอนและกระบวนการทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขัดข้องอีกเป็นครั้งที่สามครับ
ที่มา - ไทยรัฐ
เว็บไซต์ Pocketnow ได้เผยข้อมูลจาก Jefferies & Co.'s โดย Peter Misek ว่า มีโอกาสสูงมากที่ RIM จะปล่อยลิขสิทธิ์ BlackBerry OS 10 ให้กับค่ายอื่น เพราะว่าขณะนี้ทาง RIM อยู่ระหว่างการมองตัวเลือกอยู่ ซึ่งตัวเลือกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน HTC กับ Samsung เจ้าเก่านั่นแหละครับ โดยงานนี้ทาง RIM เชื่อว่า BlackBerry OS 10 จะบูมได้ ก็ต้องมีผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์หลายๆ ค่ายช่วยกันผลักดันให้มันเกิดขึ้นมานั่นเองครับ
แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ HTC กับซัมซุงนั้น ต่างคนก็เอาดีเอาเด่นกับ Android และ Windows Phone กันอยู่ทั้งคู่ และแถมซัมซุงยังมี Bada อยู่ในมืออีก แต่เมื่อประกอบกับข่าวที่ทางซัมซุงประกาศยุติการพัฒนาฮาร์ดแวร์บน Windows Phone ก็อาจจะทำให้ข่าวนี้มีมูลบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ
ที่มา - Pocketnow
เมื่อวานนี้ผู้ใช้ดีแทคบางคนต้องเจอกับปัญหา "ล่มปากอ่าว" อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการล่มครั้งที่สองในรอบไม่ถึงเดือน ไม่รู้ว่าปัญหามาจากการเปลี่ยนระบบ Home Location Register หรือ HLR จากเดิมของ โนเกีย-ซีเมนส์ เป็น อิริคสัน เพื่อยกระดับจาก EDGE เป็น EDGE+ หรือเปล่า แต่เบื้องต้นดีแทคได้สันนิษฐานไว้ว่า เป็นปัญหาธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนตามได้ประกาศแจ้งไว้บนเว็บไซต์เมื่อวาน - ไทยรัฐ
โดยเมื่อวานนี้ กสทช. ก็ได้เรียกให้ดีแทคส่งเอกสารแจ้งปัญหากลับมายัง กสทช. ในเวลา 20:00 น. ของเมื่อวานด้วยครับ แต่ว่าดีแทคกลับรับปากว่าจะส่งให้ แต่จนถึงเวลา 12:30 น. ทางดีแทคก็ยังไม่ได้ส่งเอกสารกลับไปยังกสทช. เลยแม้แต่ฉบับเดียว ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ กสทช. ได้ติดต่อดีแทคอีกครั้ง โดยให้เข้ารายงานตัวเพื่อแจ้งปัญหาที่แท้จริงและแนวทางในการแก้ไขปัญหากับกสทช. ในเวลา 14:00 น. วันนี้ครับ เพราะเมื่อวานนี้ปัญหาที่ดีแทคชี้แจงมาคือเกิดปัญหาที่ตัวชุมสาย และตัวสวิตซ์เสียที่ภาคใต้ ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 7 จังหวัดภาคใต้ แต่เมื่อดูภาพรวมปรากฎว่าเกิดปัญหาขึ้นถึง 10 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ซึ่งทางกสทช. มองว่าเหตุมันขัดแย้งกันกับข้อมูลที่ได้รับมาครับ - ไทยรัฐ
งานนี้ถ้าตัวเลขของดีแทคติดตัวแดง ยอดผู้ใช้งานลดลงฮวบนี่ คงจะไม่แปลกใจเลยล่ะครับ
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา บอร์ดทีโอทีได้มีการประชุมหารือเรื่องการประมูลผู้ให้บริการ MVNO ของโครงข่าย TOT3G ใหม่ ที่สัญญาเช่ากับผู้ให้บริการเดิมทั้ง 5 ราย คือ i-mobile 3GX, i-kool 3G, IEC 3G, Mojo 3G และ 3G 365 จะหมดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ครับ
โดยแผนงานเบื้องต้นคือ เปิดรายละเอียดการประมูล MVNO พร้อมจำนวนเลขหมายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ และจะเร่งการประมูลให้รวดเร็วที่สุดคือเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 เพื่อที่จะได้ไม่เสียเวลากับผู้ให้บริการรายเก่าที่พลาดการประมูลไปครับ ซึ่งการประมูลครั้งนี้ทีโอทีเปิดโอกาสให้ทั้งรายเก่าทั้ง 5 ราย (ซึ่งยื่นข้อเสนอมาทั้งหมดแล้ว) และรายใหม่ ซึ่งไม่จำกัดว่าจะเป็นรายเล็กๆ หรือค่ายหลักสามค่าย ก็สามารถเข้าร่วมประมูลโครงข่ายได้ โดยการประมูลครั้งนี้ จะมีอายุสัญญาที่ 14 ปี ตามที่ทีโอทีได้รับสัมปทานมาจาก กสทช. ครับ
ที่มา - Manager
เอาอีกแล้วครับ ข่าวลือครั้งที่แล้วแค่จะขาย แต่ครั้งนี้ Stephen Elop ถึงกับขอลาออกจากโนเกียเลยทีเดียว เหตุเป็นเพราะว่า Eldar Murtazin บรรณาธิการบนเว็บไซต์ Mobile-Review ได้โพสข้อความไว้บนทวิตเตอร์ครับ โดยเป็นเรื่องราวระหว่างการปรึกษากันระหว่าง Steve Balmer (CEO ไมโครซอฟท์), Andy Lees (หัวหน้าฝ่าย Windows Phone คนก่อน), Stephen Elop และ Kai Ostamo ครับ (ทวีตเอาไว้เต็มๆ 10 ข้อความ ดูได้จากที่มาครับ)
เรื่องของเรื่องก็คือการขายแผนก Smartphone ของโนเกียให้ไมโครซอฟท์นั่นแหละครับ โดยวางแผนการซื้อขายว่าจะให้เสร็จสิ้นการควบรวมภายในไตรมาสที่สองของปีนี้ (เท่ากับว่าโนเกียจะเหลือแต่ฟีเจอร์โฟน) และนอกจากนี้ Risto Siilasmaa ผู้จัดการอาวุโสของโนเกีย ก็ได้หาตัว CEO คนใหม่ที่จะเอามาขึ้นตำแหน่งแทน Elop ที่จะลาออกในปีนี้ด้วยเช่นกันครับ
งานนี้ก็ไม่รู้ว่าอนาคตโนเกียจะเป็นตายร้ายดียังไงแล้วล่ะ?
ที่มา - Intomobile
ของขวัญปีใหม่สำหรับ Google จริงๆ ครับ เพราะเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา USPTO ได้อนุมัติการจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของแอปเปิ้ลจำนวน 1 ใบ สิทธิบัตรใบนั้นก็คือ "ระบบจดจำผู้ใช้งานด้วยใบหน้า" ครับ
หลักการทำงาน... ขอใช้คำว่าเหมือนกับ Face Unlock บน Android 4.0 เลยดีกว่า คือผู้ใช้เอาหน้าไปยิ้มแฉ่งใส่กล้องหน้า แล้วระบบจะทำการปลดล็อกให้ครับ แต่กรณีของแอปเปิ้ลจะมีขั้นตอนแตกต่างกันเพียง 1 ขั้นตอน คือระบบจะเลือกใบหน้าจากฐานข้อมูลขึ้นมา แล้วสั่งปลดล็อกให้เครื่องเข้าสู่สภาวะที่ผู้ใช้งานคนนั้นเป็นเจ้าของครับ (มีรูปหลักการทำงานไว้ท้ายเบรคครับ เผื่ออธิบายตรงนี้แล้วยังไม่เข้าใจ)
จากสิทธิบัตรนี้ หากรวมๆ กับข่าวลือของ iPad รุ่นที่ 3 อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า iPad รุ่นหน้า จะรองรับการใช้งานแบบหลายคนแล้วด้วย ถึงแม้ว่าปกติเราซื้อ iPad มาเพื่อใช้งานคนเดียวก็เถอะนะ ส่วนถ้าจะถามว่าจะมีอยู่ใน iPhone รุ่นหน้าด้วยหรือไม่ คงต้องรอคำตอบจากแอปเปิ้ลครับ
ที่มา - MacRumors