อย่าเพิ่งผิดหวังกับ iPhone 4S

หลังงานแถลงข่าว iPhone เมื่อคืนที่ผ่านมา หลายคนที่คาดหวังว่าแอปเปิลจะเปิดตัว iPhone 5 ที่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ตามธรรมเนียม อาจจะรู้สึกผิดหวังเมื่อแอปเปิลเปิดตัวแค่ iPhone 4S ที่เป็นรุ่นอัพเกรดเล็กเท่านั้น

แต่ถ้าเราพิจารณาสิ่งที่แอปเปิลแถลงให้มากขึ้น ก็จะเห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่าง มากกว่าการเปิดตัว "ฮาร์ดแวร์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่" เพียงอย่างเดียว

iPhone 4S

แอปเปิลเปิดตัวอะไรบ้าง?

ถ้าไม่นับการประกาศความสำเร็จต่างๆ และไม่สนใจ iPod nano/touch รุ่นใหม่ มุ่งเป้ามาสนใจเพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ iPhone เท่านั้น สิ่งที่แสดงนัยยะได้ดีที่สุดคือ press release อย่างเป็นทางการของแอปเปิล ซึ่งเขียนชื่อเรื่องว่า...

Apple Launches iPhone 4S, iOS 5 & iCloud

ส่วนคำกล่าวของ Phil Schiller ใน press ก็เขียนไว้ว่า (ดูที่เน้นตัวหนา)

iPhone 4S plus iOS 5 plus iCloud is a breakthrough combination that makes the iPhone 4S the best iPhone ever,” said Philip Schiller, Apple’s senior vice president of Worldwide Product Marketing. “While our competitors try to imitate iPhone with a checklist of features, only iPhone can deliver these breakthrough innovations that work seamlessly together.

ใช่แล้วครับ แอปเปิลไม่ได้เปิดตัว iPhone 4S เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องมองว่ามันมาเป็นแพ็กสามคือ ฮาร์ดแวร์ iPhone 4S ซอฟต์แวร์ iOS 5 และบริการออนไลน์ iCloud

เพียงแต่ว่าแอปเปิลเปิดตัวสองอย่างหลัง iOS 5 กับ iCloud ไปแล้วเมื่อกลางปีก่อน ทำให้งานรอบนี้ลดความตื่นเต้นลงไปบ้าง แต่คนที่วิจารณ์ iPhone 4S ว่า "14 เดือนทำได้แค่นี้" ก็อาจจะไม่ถูกนักเช่นกัน เพราะการแถลงข่าวในปีนี้แบ่งเป็นสองรอบนั่นเอง (ถ้าเมื่อคืนแอปเปิลแถลงพร้อมกัน 3 อย่างเลย ปฏิกิริยาก็คงออกมาอีกแบบ)

ถ้าเข้าใจแบบนี้ตรงกันแล้ว ทีนี้เรามาดู "ชิ้นส่วน" แต่ละอย่างว่ามีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง

ฮาร์ดแวร์ iPhone 4S

ในเว็บของแอปเปิลเขียนไว้ชัดเจนว่า iPhone 4S คือ "Picking up where amazing left off" ซึ่งเป็นการบอกใบ้กลายๆ ว่า iPhone 4 = amazing นั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงจาก iPhone 4S จาก iPhone 4 เดิม ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงในเชิงฮาร์ดแวร์มีไม่มากนักจริงๆ จุดที่เปลี่ยนแบบเห็นชัดๆ คงเป็นซีพียูกับกล้องเท่านั้น เรื่อง GSM/CDMA เป็นการปรับปรุงที่ดีทั้งในแง่ผู้ใช้ (ไปใช้ประเทศไหนก็ได้) และตัวแอปเปิลเอง (สต๊อกของรุ่นเดียว) แต่คงมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะได้ใช้ฟีเจอร์นี้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรนัก (มือถือคู่แข่งทำมาก่อนแล้ว เช่น Droid 2 Global)

แต่ถ้าพิจารณากันละเอียดๆ ฟีเจอร์ทางฮาร์ดแวร์ที่เพิ่มเข้ามา กลับเป็นฟีเจอร์ระดับ "สำคัญและจำเป็น" ต่อการใช้งานสมาร์ทโฟนในยุคใหม่เลย

แน่นอนว่ามีหลายๆ อย่างที่ยังสามารถปรับปรุงได้อีก แต่เราก็ไม่เห็นมันใน iPhone 4S อาจจะด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ธุรกิจ หรือยุทธศาสตร์ของแอปเปิล เช่น

สรุปโดยรวมแล้ว ในเรื่องฮาร์ดแวร์ iPhone 4S ไม่มีนวัตกรรมพลิกโลกให้เห็น แต่ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นในหลายๆ จุด แถมเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

ซอฟต์แวร์ iOS 5

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ iOS 5 ที่เปิดตัวไปตั้งแต่งาน WWDC

ถ้าเราไม่สนเรื่องความเก่าใหม่ในการเปิดตัว iOS 5 พัฒนาจาก iOS 4 เยอะมาก โดยเฉพาะส่วนของตัวแกนระบบปฏิบัติการที่เป็นจุดอ่อนมานาน อย่างเรื่อง notification ที่ปรับปรุงให้สู้กับคู่แข่งได้แล้ว (สักที) และการคิดใหม่ทำใหม่ เลิกพึ่งพิงการเชื่อมต่อกับ iTunes ที่เริ่มล้าสมัย หันมาเชื่อมต่อตรงกับอินเทอร์เน็ตแทน

นอกจากนี้ยังมีแอพและความสามารถในระดับแอพพลิเคชันอื่นๆ เช่น iMessage (ออกมาสู้กับ BBM), Newsstand (ออกมาเกาะกระแสอีบุ๊ก) หรือ Twitter ในตัว ในงานรอบนี้ยังเปิดตัวฟีเจอร์ย่อยอื่นๆ อย่าง Cards และแท็บใน Safari อีกด้วย

ฟีเจอร์ใหญ่ที่เปิดตัวในงานรอบนี้คงหนีไม่พ้น Siri ที่ช่วยสั่งงานด้วยเสียง ในแง่ความสามารถอาจไม่ใช่ของใหม่ 100% (สาวกอย่าหลงเข้าใจกันผิด) เพราะ Voice Actions ของกูเกิลทำได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เพียงแต่ความเป็นแอปเปิลทำให้รูปแบบการนำเสนอของ Siri มีความแตกต่างออกไป และดูเป็นมิตรกว่า Voice Actions เยอะ

Siri จะดี-แย่แค่ไหน ต้องรอทดลองใช้กันจริงๆ (แถมคนไทยก็มีปัญหากับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาอังกฤษแน่นอน) แถม Siri ยังใช้ได้เฉพาะบน iPhone 4S เท่านั้น จึงทำให้กลุ่มคนที่ได้ใช้ยังมีไม่เยอะนักในช่วงแรก อันนี้ถือว่าน่าผิดหวังเช่นกัน (แอปเปิลไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมมีเฉพาะ iPhone 4S แต่คาดว่าเป็นเรื่องพลังประมวลผลของซีพียูด้วยส่วนหนึ่ง)

โดยรวมแล้ว iOS 5 ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากของ iOS ในการตามคู่แข่งให้ทันในหลายๆ จุด ไม่ว่าจะเป็น notification หรือ voice recognition และปรับปรุงฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการให้สมบูรณ์มากขึ้นในหลายจุด

ผมคิดว่า iOS 5 เป็นก้าวสำคัญของแพลตฟอร์ม iOS เฉกเช่นเดียวกับ iPhone 4 (ไม่ใช่ 4S) เป็นก้าวที่สำคัญของฮาร์ดแวร์สาย iPhone ดังนั้นใน iOS รุ่นหน้า เราอาจไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในระดับเดียวกันนี้อีก

บริการออนไลน์ iCloud

iCloud เปิดตัวไปเมื่อกลางปีแล้วเช่นกัน รอบนี้ไม่มีอะไรใหม่จากเดิม แต่ยุทธศาสตร์ในภาพรวม มันคือการ "สร้างฐาน" ของแอปเปิลในโลกอินเทอร์เน็ต

ในกลุ่ม 3 ก๊กที่เคยนำเสนอไปหลายรอบ จุดอ่อนสำคัญที่สุดของแอปเปิลคือ "ออนไลน์" เพราะแอปเปิลมีรากเหง้ามาจากบริษัทฮาร์ดแวร์ (เลยทำฮาร์ดแวร์ได้ดี แต่บริการออนไลน์ยังขาด) ในขณะที่กูเกิลมาจากบริษัทออนไลน์ จึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนไมโครซอฟท์ถึงแม้จะไม่มีรากเหง้ามาจากออนไลน์เช่นกัน แต่ก็ลงทุนใน Bing และ Windows Live ไปมากในรอบสิบปีที่ผ่านมา

iCloud จึงเป็นความพยายามของแอปเปิลในการขึ้นมาตีเสมอคู่แข่งทั้งสอง เป็นการนำไอเดียหลายๆ อย่างใน Mobile Me ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักมาปรับปรุงใหม่อีกครั้ง ในภาพรวมมันจะช่วยให้แอปเปิลพร้อมจะแข่งขันมากขึ้นในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นคงยังสู้คู่แข่งทั้งสองไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้ผู้ใช้สะดวกมากขึ้นในหลายด้าน (แถมแอปเปิลได้ตังค์ด้วยเพราะคิดเงิน ในขณะที่กูเกิลกับไมโครซอฟท์ไม่คิดเงิน)

ช่องทางการขาย-สายผลิตภัณฑ์

ประเด็นเล็กๆ อีกสองประการที่ไม่ควรมองข้ามไป คือ ช่องทางการขาย และสายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล หลังประกาศ iPhone 4S

อย่างแรกคือช่องทางการขาย iPhone 4S ในสหรัฐอเมริกา เพิ่มจำนวนโอเปอเรเตอร์เข้ามาอีกหนึ่งคือ Sprint ทำให้ตอนนี้แอปเปิลมี iPhone ขายกับ 3 ใน 4 เครือข่ายใหญ่ของสหรัฐแล้ว (AT&T, Verizon, Sprint) ขาดแต่เพียง T-Mobile รายเดียวเท่านั้น ตรงนี้ไม่มีผลมากต่อบ้านเรา แต่ในสหรัฐที่เป็นตลาดหลักของแอปเปิลและพึ่งพิงการขายผ่านโอเปอเรเตอร์ เรื่องนี้มีผลมาก และจะทำให้ iPhone 4S ขายดีมากขึ้นไปอีก

อย่างที่สองคือสายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล อยากให้ดูรูปนี้ครับ (รูปจากเว็บแอปเปิล หน้า Compare iPhone models)

iPhone lineups

นี่เป็นครั้งแรกที่แอปเปิลมี iPhone ขายพร้อมกันถึง 3 รุ่น! ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การออก iPhone รุ่นใหม่ราคาถูกมาทำตลาดโดยตรง แต่สังเกตว่าแอปเปิลเริ่มอุดช่องว่างเรื่องราคา โดยนำ iPhone รุ่นเก่ามาลดราคาขายแทน

ยุทธศาสตร์นี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปีก่อน โดยลดราคา iPhone 3GS ลง ในรอบนี้แอปเปิลทำแบบเดียวกันกับ iPhone 4 แต่กลับไม่ได้ตัด iPhone 3GS ออกไปจากสารบบ

ยุทธศาสตร์นี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือไม่ต้องแตกสายผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดปัญหาเรื่อง fragmentation และบริการหลังขายไปได้มาก ส่วนข้อเสียคือลูกค้าจะรู้สึกว่าใช้ iPhone ตกรุ่น ซึ่งตรงนี้แก้ปัญหาด้วย "ราคา" นั่นเอง

สรุป

ผมคิดว่าการเปิดตัว iPhone 4S ลักษณะนี้ จะทำให้รอบของ iPhone 5 (ซึ่งไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องมีแน่ๆ) จะออกมาเร็วกว่าเดิม น่าจะกลับมาใช้รอบเดือนมิถุนายนเหมือนเดิม ทำให้ระยะระหว่าง iPhone 4S > iPhone 5 ลดลงมาอีกสักหน่อย ชดเชยกับรอบของ iPhone 4 > 4S ที่ยาวเกินปกติมาบ้าง (แต่นี่คือการคาดการณ์ของผมคนเดียวนะครับ)

ฟันธงสำหรับลูกค้าคนไทย

มี iPhone 4 อยู่แล้ว และคิดจะใช้ iPhone ต่อไป

สองทางเลือก

ยังไม่มี iPhone 4 และอยากจะซื้อ iPhone เป็นเครื่องถัดไป

สองทางเลือกเช่นกัน

ผมคิดว่าการซื้อ iPhone 4 ราคาเต็มในตอนนี้คงจะไม่คุ้มแล้ว แต่ถ้าพิจารณาแล้วคิดว่าเหมาะก็ขึ้นกับวิจารณญาณครับ

คิดจะซื้อสมาร์ทโฟน แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะซื้ออะไร

ฟีเจอร์ใหญ่ที่เปิดตัวในงานรอบนี้คงหนีไม่พ้น Siri ที่ช่วยสั่งงานด้วยเสียง ในแง่ความสามารถอาจไม่ใช่ของใหม่ 100% (สาวกอย่าหลงเข้าใจกันผิด) เพราะ Voice Actions ของกูเกิลทำได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เพียงแต่ความเป็นแอปเปิลทำให้รูปแบบการนำเสนอของ Siri มีความแตกต่างออกไป และดูเป็นมิตรกว่า Voice Actions เยอะ

ชอบประโยคนี้จัง

ใช้อะไร/ใครเป็นคนตัดสินหรอครับ ว่าเป็นมิตรกว่า? ยังไม่ได้ลองใช้ศิริเลยนะ?

น่าจะหมายถึง "รูปแบบการนำเสนอ" นะครับ

รูปแบบการสั่งงานก็ดีกว่าแล้วครับ

ผมว่าถ้าดูจากตัวอย่างการใช้งานในวีดีโอ Siri ดูเป็นมิตรกว่าจริงๆครับ (ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้แบบ Native)

Voice control ของ iPhone 3GS ก็มีก่อนหน้านั้นแล้วเหมือนกัน (น่าจะก่อน voice action ของ Google ด้วยนะ) ของ 3GS เป็น offline ด้วยไม่ต้องต่อเน็ต แต่แน่นอน ความสามารถน้อยกว่า Android ที่ต่อเน็ต แต่ Siri ยืดหยุ่นกว่า ไม่ต้องใช้คำสั่งมาตรฐาน

ถ้าจะเอากันจริงๆ ผมใช้มาตั้งแต่ Siemens จอขาวดำแล้วล่ะครับ voice control แบบไม่ต้องต่อเน็ตเนี่ย

อยากได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นครับ สัก 3.7 นิ้ว ผิดหวังนิดหนึ่ง กับขนาดของหน้าจอ T_T

+ล้าน

ผมคิดว่า เหตุผลที่ว่าทำไมไม่เพิ่มจอ
ก็เพราะถ้าเพิ่มจอ ก็ต้องเขียน app เพิ่มอีกเวอร์ชั่น คือ iphon ipad แล้วก็ ขนาดใหม่ท

ผมว่าเป็นการพยายามมองโลกในแง่ดีมากกว่าครับ

+100

ไอโฟนดังเพราะกระแส ถ้ามันจะดับมันก็ดับเพราะกระแสเนี่ยแหละครับ ที่คุณพูดก็ถูกแล้ว : )

เพิ่งรู้ :)

สิ่งที่ทำให้เกิดกระแสไม่ใช่ความสามารถของมันเหรอครับ

ผมว่าเป็นเพราะการสร้างกระแสด้วย (ส่วนหนึ่ง)นะ ของบางอย่างต่อให้มีความสามารถดีแค่ไหน ถ้าการนำเสนอไม่ดี คนอาจไม่รู้จัก หรือไม่เห็นคุณค่าของมัน ในขณะที่ของบางอย่างไม่รู้มีคุณค่าจริงรึเปล่า แต่โฆษณาใหญ่โต ก็ทำให้คนหลงไปใช้ได้เยอะเหมือนกัน

ผมยอมรับครับ ว่าตอนแรกผมก็แอนตี้มันเหมือนกัน เพราะเห็นคนตามกระแสมันเยอะ แต่บังเอิญได้มันมาในราคาถูก เลยได้ลองใช้ดู

ปรากฎว่า พอได้ใช้งานจริงๆ แล้ว ติดงอมแงมครับ มันง่ายกับชีวิตผมมาก

ผมว่ามันเหมาะกับคนที่ขี้เกียจ แบบผมที่สุดแล้วล่ะ -*-

มาอยู่ในข้อสาม ขอรอดูกูเกิล

ฟีเจอร์ชูโรงอย่าง Siri ใช้ในบ้านเราก็คงไม่เวิร์คเท่าไหร่ ทำให้ความน่าซื้อของ 4S ในบ้านเราลดลงเยอะนะ

อาจจะรองรับภาษาไทยในอนาคต ??

อนาคตอันห่างไกล

พี่ที่ทำงานก็บ่น พอถามย้อนกลับว่าอยากได้อะไรอีก ก็บอกว่าเรื่องแบต ถ้าเป็นเรื่องแบตมันก็เป็นผู้นำมาตลอดอยู่แล้ว 4S ก็ยังนำอยู่ แอ๊ะหรืออยากได้ CPU 6 core

รู้สึกว่า iPhone 4S นี้เพิ่ม HSDPA ขึ้นมาเป็น 14.4 Mbps ด้วยนะคะ

(iPhone 4 เดิม HSDPA 7.2 Mbps)

แต่ก็ยังสู้ Galaxy S II (21 Mbps) ไม่ได้อยู่ดี T_T

ผมขอแค่เวลาใช้งานจริงได้ 2 Mbps ตลอดเวลา ผมก็โคตรดีใจแล้ว

น้อยคนที่จะได้ใช้งานเต็มที่ 21 Mbps หรือจะ 14.4 ก็เหอะ 7.2 เลยเอ้า T^T ผมก็ไม่ถึง

ถูกครับ บ้านเรา max speed นี่ไม่สำคัญเลย เพราะมันไม่มีทางทำได้จริงอยู่แล้ว เต็มที่สัก 4Mbps ก็แทบไม่เคยเห็นแล้ว

ใช้งานจริง วิ่งไม่กี่ Mbps ก็เหลือเฟือแล้วครับ

ใช่ครับ 21Mbps กับ 14.4 Mbps ใช้งานบ้านเราก็วิ่งความเร็วพอๆ กัน สำหรับผมคิดว่า น่าจะเพิ่มแรมมากกว่า

Siri ต้องดูความสมบูรณ์ด้านการสั่งงานว่า ระบบ มันแม่นแค่ไหน

กล้องหน้า(เน่า)เหมือนเดิม?

+1 สำหรับบันทัดสุดท้าย ฮ่าๆ

ถ้าต้องมีบทความแก้ต่างอย่างนี้ละก็
Failed Presentation!!!

ผมเชื่อว่าคนไทยจะมี Accent ดีขึ้นเพราะ Siri นี่แหละฮ่าๆ

แต่ทีมงานพัฒนาอาจจะต้องเจอกำแพงอันยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า Japanese English กับ India English!

Thai English กระจอกไปในบัดดล

+1000000 กำแพงอันยิ่งใหญ่

+1 Japanese English นี่เขียนคะตะคะนะมาให้อ่านผมอ่านเสร็จต้องแปลอีกอย่างต่ำสามวิ - -"

Japanese English กับ India English! +1000

ขอเพิ่ม Singlish ด้วย! คุยกับ Cell Centre ของ Singnet ไม่รู้เรื่องพอถามว่า e-mail ที่ใช้ domain อะไร ดันถามกลับ "What is domain?".

ผมยังไม่เคยฟัง Japanese English นะ..

แต่ถ้าเทียบ Chinese English กับ Indian English.. ผมให้ Indian English นะ ฟังยากมั่ก

เทียบ Chinese English กับ Japanese English ผมก็ยกให้ Japanese English

ลองให้คนญี่ปุ่นพูด "แมคโดนัล" ให้ฟังดูนะครับ ฮ่า

มา คึ โด นา รึ โดะ (จำไม่ได้ละ ก็ภาษาเค้าเป็นแบบนั้นนี่เนอะ xD )

มะ กุ โดะ นะ รุ โดะ ครับ

มาดูนารุโตะ?

ตอนใหม่ออกวันนี้

Japanese English
Menu: เมะ-นุ
Taxi: แท็ก-คุ-ชี่
Basketball: บาส-สะ-เก็ต-ตึ-บอ-รุ

ถ้าถามผมอยากได้อะไรจาก iphone รุ่นใหม่
1. จอใหญ่ขึ้นอีกนิด
2. CPU+RAMใหญ่ๆเร็วๆ เอาไว้เปิดเวปเพจ เพราะตัว 4 มันเปิดเวปได้อืดไปนิด

ชอบที่สรุปสำหรับคนไทยครับ

ฟังธงอีกหน่อย คนที่มี iPhone4 อยู่แล้ว ก็ใช้ต่อไปเถอะ ใครคิดจะถอย iPhone เป็นเครื่องต่อไป รอดูราคาหลังจาก iPhone4S เข้ามาก่อน ทั้งราคา iPhone4S, iPhone4 เดิมที่ลดราคา และ iPhone4 มือสอง

+1 ครับ ตั้งแต่รู้ว่าจะมีงานนี้ก็เลิกคิดเรื่อง upgrade ไปเลย ทั้งๆ ที่ iphone 3GS มันเน่าจะแย่แล้ว แบตเสื่อม แถมเอ๋อๆ อีกตะหากเพราะตกบ่อยมาก แต่แถลงข่าวออกมาแบบนี้รอ iphone 4s เข้ามา หรือรอซื้อ iphone4 ตอนลดราคา ผมว่าดีพอๆ กัน

มาลุ้นกันดีกว่าว่า operator ในบ้านเราจะลดราคา iphone4 ตัวปัจจุบันลงกี่บาท และกี่รอบ??

ไม่ WoW แฮะ

+1

ถ่ายวิดิโอ 1080P ได้ แต่ดูบน Apple TV ไม่ได้ (supportแค่ 760P)

อีกไม่นานจะมี New Apple TV ออกมาสินะ :P

ส่วนตัวคิดว่าเพราะ apple ยังไม่ทิ้ง iPhone4 เดิม
เลยเน้นไปที่การพัฒนา software ให้เข้ากันได้อยู่กับของเก่าด้วย
ทำให้ตัวใหม่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

และคิดว่าคงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกทีพร้อมเปิดตัวอย่างอลังการ
เมื่อศาสนสถานของ apple สร้างเสร็จเรียบร้อย

iOS 5 ใช้ iCould มันเปลืองแบตกว่าเดิมมากไหมครับ
ตอนนี้ใช้ iOS 4.3.3 แบตอยู่ได้ประมาณ 1 วัน

ดีที่ไม่รอดูงานเปิดตัวเมื่อวาน.... เพราะมีแค่รุ่น 4S สร้างสรรค์เพลงดีมีคุณภาพ อีกแล้วครับท่าน... เอิ้กๆ~

ที่ผิดหวังกันมาก คงเพราะเสพข่าวลือมากเกินไปครับ ผมเองก็ผิดหวังเหมือนกัน

ความรู้สึกคร่าวๆ สำหรับ Event เมื่อคืน และตัว iPhone4S

Hardware
ผมคิดว่า ขนาดหน้าจอ ก็ยังจะเป็นขนาดเดิมแบบนี้ต่อไปอีกซักพัก เพราะ Apple น่าคิดถึงเรื่อง Fragmentation มากที่สุดในตลาด Smart phone ผมนั้นไม่เชื่อมาตั้งแต่ต้นแล้วนะว่าจะทำ ถ้าดันทุรังทำมีปัญหาแน่ๆ เพราะมันไม่เหมือนกับ 3GS - 4 (Retina display) ที่เปลี่ยนแค่ความละเอียดของจอภาพ แอปปลิเคชั่นที่มีใน Store เกือบทั้งหมด อาจจะเอาไปใช้ใน iPhone5 ไม่ได้ เพราะขนาดหน้าจอมันไม่สัมพันธ์กัน (ถามผู้ใช้ Android เอาละกันครับ ว่า Fragmentation มันน่าปวดหัวขนาดไหน ต้องมานั่งดูว่าสเปกเครื่องตัวเองเล่นแอปไหนได้บ้าง เหนื่อยแทนครับ)

ตามความคิดของผม iPhone5 ออกมา หน้าจอก็จะยังคงเท่าเดิมอยู่ แต่เราอาจจะได้เห็นความละเอียดที่มากขึ้น และลูกเล่นต่างๆที่จะมาเพิ่มความน่าสนใจแทน

Design
อ้างอิงจากเคสโทรศัพท์ที่หลุดออกมา เราต้องยอมรับว่าเราหลงกลกับข่าวลือไปเต็มๆว่านั่นคือเคสของ iPhone "ที่จะประกาศตัวในวันที่ 4 ตุลาคม นี้" ในมุมมองของผม ผมคิดว่าจริงๆแล้ว มันอาจจะเป็นเคสของ iPhone5 "ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายนปีหน้า" ก็เป็นได้! (อาจจะมีการเริ่มสั่งการผลิตเพื่อรอรับ iPhone5 แล้ว แต่ดันบังเอิญหลุดออกมาในช่วง iPhone 4S กำลังจะประกาศตัวพอดี)

แต่ถ้าออกมาเหมือนกับตัว mock-up ที่มีทำออกมาเป็นเครื่องจริงโดยใช้ข่าวลือต่างๆมาประกอบกัน ผมก็ว่ามันสวยมากๆเลยนะ คงเพราะช่วงการออกผลิตภัณฑ์มันนานไปหน่อย ผมเลยคาดหวังไว้มากเหมือนกัน

Software
เด่นสุดในงานนี้ คงเป็น SIRI (เพราะเป็นอะไรที่ใหม่ที่สุด ไม่นับ iPhone4S)
SIRI นั้น ผมอยากลองใช้ดูว่า Accent ของคนที่ไม่ใช่ Native Speaker อย่างเราๆ SIRI จะตอบสนองได้ถูกต้องมากขนาดไหน สั่งการอะไรได้บ้าง ไหนๆก็โฆษณาว่าเป็นโทรศัพท์ของโลก (GSM/CDMA) แล้ว ก็น่าจะใช้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร(ละมั้ง)

ส่วนที่เหลือก็เป็นอะไรที่เราเคยได้รับทราบกันมาแล้ว เช่น iOS5, iCloud, iMessage รวมไปถึง Cards...เอิ่ม

สรุป
ผมเฉยๆ ไปทางผิดหวังหน่อยนึง คงเพราะเสพข่าวลือมาก ตอนที่ผมจั่วหัวไว้และช่วงเวลาที่นานมากไป (14 เดือน!) แต่ได้กลับมาแค่ Minor change

สำหรับ Gadget แล้ว 14 เดือนมันเป็นอะไรที่นานเกินไปจริงๆสำหรับหน้าตาเดิม น่าจะทำได้ดีกว่านี้ (ฝรั่งพูดเหน็บไว้ครับ ว่า "iPhone4? That's so 2010!. This design is too old for geeks like us.")

Event นี้ ผมให้ 3.5/5 ละกัน ประมาณว่า "อืมๆ ก็ดีนะ"

ทั้งหมดความเห็นส่วนตัวล้วนๆครับ ค่อนข้างไปในทางเดียวกับผู้เขียน

เดี๋ยวจะเก็บเอาไว้อ่านตอน iPhone5 ออกอีกที อยากจะรู้ว่าตัวเองนั่งเทียนได้เก่งขนาดไหน 555+

ขอแย้งตรงประโยคนี้

ไหนๆก็โฆษณาว่าเป็นโทรศัพท์ของโลก (GSM/CDMA) แล้ว ก็น่าจะใช้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร(ละมั้ง)

ว่ามันเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ

จริงๆมันก็ไม่เชิงเกี่ยวขนาดนั้นหรอกครับ แต่ที่ยกขึ้นมา เพราะมันบอกว่าเป็นโทรศัพท์ของโลกเนี่ยแหละ อยากรู้ว่ามันจะแยกสำเนียงขอคนทั่วโลกได้รึเปล่า Thai-Eng, Chinese-Eng, Indian-Eng, ETC.-Eng

เรื่อง GSM/CDMA ผมเข้าใจผิดเองครับ ผมขอไม่แก้ประโยคที่ผมเขียนไว้ละกัน

ขอบคุณที่แย้งครับคุณ MK

ภาษา/สำเนียง กับ World Phone นี่มันไม่เกี่ยวกันนี่ครับ แต่ทุกวันนี้ถ้าพูดเรื่องสำเนียงผมลองสำเนียงพิลึก ๆ ไอ้ Voice Control ของไอโฟนทุกวันนี้มันก็ยังฟังได้นะ Google Voice Search ก็จับได้เช่นกัน ปัญหาไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกครับ

เรื่องสำเนียงเค้าเขียนไว้ว่า US/UK/Aus ครับ

ซ่ึงไอ้คำว่า World Phone เนี่ย พวก Verizon/Sprint หรือ Operator ที่ใช้ CDMA เค้าก็ไว้เรียนโทรศัพท์ของเค้าที่รองรับ GSM เวลาไป Roaming อยู่แล้วครับ ไม่ใช่คำใหม่ ประหลาด หรือมีความหมายนัยอะไรเลย

เห็นด้วยเรื่อง fragmentation ในฐานะที่เป็น android user คนนึง ผมคิดไว้ตั้งแต่เค้าเริ่มแข่งกันออกหน้าจอมาหลายๆ แบบแล้วว่าวันนึงปัญหาการเลือกใช้ app มันจะต้องมาถึง เหมือนสมัยที่ palm OS เคยเกิดมาก่อน สมัยนู้น app ดังๆ ต้องทำออกมา 4-5 version สำหรับหน้าจอแต่ละแบบ น่าปวดหัวจริงๆ

เวลาเขียนโปรแกรมลง palmOS ก็ต้องใส่ฟังก์ชั่นทดสอบชนิดจอภาพลงไปด้วยเพื่อกันความผิดพลาดในการแสดงผล เหมือนที่กำลังเกิดกับการพัฒนา app สำหรับ android ในเวลานี้เลย

เ่อ่อ ถามหน่อยครับ ตอนนี้คนส่วนใหญ่ที่นึกถึงเรื่อง fragmentation ของ android จะหมายถึงเฉพาะเรื่อง หน้าจอ ? พอดีผมเป็น Android developer น่ะครับก็เจอปัญหานี้เช่นกันแต่จะมองในแง่อื่นแทน

เรื่อง fragmentation ผมว่าไม่น่าใช่ปัญหาขนาดนั้นนะครับ เพราะในเมื่อตอนนี้ผมก็เห็นจอแอปเปิ้ลมีสองขนาดเอง คือแบบมือถือ กับแบบไอแผ็ด เพิ่มขนาดมาอีกหนึ่งแบบ แล้วทำ appstore แยกไปเหมือนตอนทำ ipad ยังได้เลยครับ อันนี้เขาเรียกลักไก่ไม่ทำแล้วให้คนอื่นออกหน้าอธิบายแทนนะครับ : )

ผมมองว่าเพิ่มจออีกขนาดเป็นปัญหาใหญ่เลยนะครับ

ตอน apple มี iPad กว่าแอพจะออกจอสำหรับ iPad รอตั้งหลายเดือน การที่ต้องมีแอพสำหรับจอ 3 แบบ มันทำให้ยุ่งยากขึ้นมากๆ

เรื่องหน้าจอ ไม่ว่า
- ขยายขนาดจอ
- เปลี่ยนอัตราส่วนภาพ
- หรือเพิ่มความละเอียด
ล้วนเป็น Fragmentation ทั้งสิ้นครับ

ขยายหน้าจอแล้วใช้ resolution เดิม ไม่เห็นว่าจะ Fragment ตรงไหนเลยอ่ะ

ขยายหน้าจอแต่ใช้ resolution เดิม ไม่เกิด Fragment จะเกิดปัญหาคือภาพแตกครับ

960*640 ขยายสัก 5" ก็ยังไม่แตกหรอกครับ

มันจะไม่ได้ เรติน่าดิสเพลย์ นะสิ

เขียนได้ดีเลยครับ ฉีกจากเว็บอื่นที่รายงานเรื่อง iPhone 4S

มองรวมๆ ที่คนผิดหวังกันมากมายก่ายกอง เพราะเชื่อ "ข่าวลือ" มากจนเกินเหตุ

ทุกบทความที่ออกมาก่อนงานนี้มี Remark ไว้ตลอดว่า "ข่าวลือ" แปลว่ามันมีโอกาสไม่เป็นเรื่องจริงแต่ตั้นอยู่แล้วก็ได้ แต่ก็ยังจะเชื่อ

พอเอาเข้าจริงไม่เป็นตามข่าวลือเรื่อง iPhone5 ก็พากันผิดหวังแล้วโทษบริษัท ซึ่งผมว่ามันไม่ถูกที่จะมองกันแบบนี้

+1

+1

เมื่อคืนผมลองไปนั่งดูระยะการออกแต่ละรุ่น ผมเห็นตรงกับคุณ mk ตรงที่มันมีนัยสำคัญบางอย่างอยู่ในการออก S model กับเรื่องไมเนอร์/เมเจอร์ เชนจ์

หลังจากดูแล้วผมรู้สึกถึงด้านกลับกัน ผมสรุปกับตัวเองเป็นว่า ไม่ว่าจะเป็น iPhone 3 หรือ 4 จริงๆ แล้วมันเป็นผลิตภัณฑ์เวอร์ชั่นที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนตัวที่ห้อยท้าย S ไว้ต่างหากคือตัวที่แก้ไขบั๊กทั้งสิ้นโดยเสร็จสมบูรณ์แล้ว สังเกตว่ารอบขายของ S นั้นค่อนข้างจะยาวกว่ารอบของ 3 หรือ 4 แม้จะไม่มากแต่ก็มีการใช้ยุทธวิธีแปลกๆ อย่างการออกโมเดลเล็กมาชะลอความ wow ของตลาดให้ยังคงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าสมมติฐานด้านบนคือใช่ รอบหน้าของ iPhone 5 สมควรยาวไปได้จนเกินมิถุนาฯ (โดยจะมี 4S 8GB ออกมาคั่นเวลาหรือเอาฟีเจอร์ iOS5.5 ออกมาคั่น)

ผมก็เดาเหมือนกันครับ

จริงๆ เรื่องรอบการออก มันผิดปกติตั้งแต่ตอนมี iPhone 4 CDMA ของ Verizon มาแทรกเมื่อต้นปีแล้วน่ะครับ ผมเลยคิดว่ารอบถัดไปน่าจะขยายออกไปอีกสักหน่อย ซึ่งก็เปลี่ยนจากมิถุนามาเป็นตุลา

แต่ระยะยาวแล้วแอปเปิลน่าจะยังใช้ 1 รุ่น = 1 ปีอยู่ เพียงแต่ระยะของเดือนจะกลายเป็นตุลาแทน หรือจะกลับไปเป็นมิถุนายนเหมือนเดิม อันนี้บอกยาก (ซึ่งผมมองว่าจะกลับเป็น มิ.ย. เหมือนเดิม)

ตอนนี้กำลังจะดูอยู่ว่า Samsung จะใส่ IR filter ให้ Galaxy ไหม

เขา C & D ครับ ใส่ IR แล้วยังใส่ ND ด้วย (อันนี้ผมเดาเหมือนกัน)

มองในแง่ดี.
thinkpad รูปทรงเดีมมาจะ 20 ปีแล้ว ยังไม่เห็นจะโดนบ่นเท่าไหร่เลย :p

เพราะมันเป็นคนละตลาดกันหรือเปล่าครับ แถมดูเหมือนว่า thinkpad ไม่ได้เน้นหน้าตามาแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย แต่ไปเอาดีทางถึก ทนเป็นเยี่ยมมากกว่า

ครับ คนละตลาด ผมพิมขำๆว่ามองในแง่ดีเฉยๆ :)

รวมทั้งตุ่มแดงด้วยใช่ไหมครับ xD

ชอบคลึงล่ะซี่! XD

แอบรู้สึกว่ารุ่น S น่าจะเป็นรุ่น Long Term Support ของไอโฟน

3GS นี่ Long Term มั้ยครับ?

iOS 3,4,5 คิดว่า long พอมั้ยครับ เผลอๆ 6

แสดงว่า 3 รุ่นที่ผ่านมา minor change หมดเลยถูกมั้ยครับ เพราะถ้าเปลี่ยนเยอะจริงๆ ไม่น่าใช้ต่อเนื่องยาวนานได้ขนาดนี้นะ : )

ถ้าเทียบแบบนั้น คอมผมใช้มาสามปี เปลี่ยนวินโดวส์ไปสามรุ่น (XP -> Vista -> 7) มันก็ไม่ได้เป็น minor change หมดนะ อิอิ

คงเพราะตอนมันออกมา สเปคมันก็เยอะพอทำอะไรได้หลายอย่างอยู่แล้ว แล้ว iOS ใหม่ๆ ถึงจะมี feature เพิ่มเข้ามาเยอะ แต่ก็มีที่ 3GS ใช้ไม่ได้นะครับ อย่าง HDR ที่บอกว่ามัน long term เพราะมันก็ใช้งานได้แบบสบายๆ ถึง 3 ปี ซึ่งก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนานสำหรับมือถือนะ ในขณะที่ iphone 3G ออกมาก่อนปีนึง แต่แทบจะเรียกได้ว่าหมดสภาพไปตั้งแต่ iOS 4 ออกละ แต่อย่าเอาไปเทียบ feature phone ล่ะ อันนั้นน่าจะนานกว่าเห็นๆ

:)

555+

ทุกอย่างที่ปรับผมว่ามันเจ๋งมาก ๆ แล้วครับ iPhone นี่สุดยอดในความคิดผมแล้วสำหรับโทรศัพท์ในตอนนี้ เพียงแต่ราคามันไม่เหมาะสมที่จะซื้อใช้กันจนเกร่อขนาดที่เห็น ๆ กันอยู่นี่เท่านั้นเอง

อยากทราบว่าทำ Multi-Tasking ได้อย่างสมบูรณ์แล้วหรือยังครับ

ยังครับ ยังเป็น multitasking แบบ Apple ๆ อยู่ แต่ก็มีจุดเด่นเรื่องของประสบการณ์การใช้งาน และการใช้พลังงานที่ประหยัดกว่าครับ

พอดีวันก่อนผมขับรถ ก็เปิด Navigator บน Android แล้วต้องเปิดโปรแกรมอื่นบนหน้าจอด้วย ปรากฎว่า Navigator มันทำงานเบื้องหลังก็พูดๆ บอกทางไปเรื่อยๆ รู้สึกประทับใจครับ

iPhone ก็เหมือนกันหนิครับ

+1

แต่เปิดเวปพังเพลงออนไลหรือเวปวิดีโอเป็นground พร้อมกับเปิดแอพอื่นๆไม่ได้แบบAndroid

ผมใช้โปรแกรม TOMTOM ในการนำทาง มันก็ทำได้นะครับตอนเปิดเป็น background

ฟังเพลงออนไลน์รันแบลกกราวน์ได้ครับ แต่วิดีโอไม่ครับ ว่าแต่จะรันวิดีโอไว้ทำไมในเมื่อไม่ได้ดู (มันพอสไว้ถูกแล้ว)

youtube สามารถเปิดเฉพาะเสียงใน background ได้ครับ เปิด youtube รอมันโหลดแล้วออกมา กด home 2 ครั้งเพื่อเข้าสู่ตัวคุม แล้วก็กด play ครับ

เปิดเวป ไม่ไช่ app พังเพลงแต่ไม่ดูMV
เท่าที่เคยทดสอบมานี้พอปิดBrowsserก็เงียบไป หรือ ผมลืม config อะไร?

ผมว่าทำได้นะครับ ผมฟังกรีนเวฟ(เปิดผ่านซาฟารี)ค้างไว้ + นั่งคุยผ่าน Whatsapp ประจำ

ใครมี iPhone 4 แนะนำให้เปลี่ยนเป็น 4S เลยครับ พอรอซื้อ iPhone 4 มือสองอยู่ :D

ต้องรอซื้อมือสองหลัง iPhone4 ปรับราคามือหนึ่งลงก่อนครับถึงจะดี XD

ดูแล้วจุดเด่นในปีนี้ของ iPhone ก็จะเป็นเรื่องของ Platform ครับ โดยเฉพาะ iCloud นี่ทำได้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

siri ของ apple ต้องเจอ sammy ของ samsung ครับ :) อิอิ

ปล. ไร้สาระโทษทีครับ

innovation เรื่อง hardware คงมาบ่อยๆ ทุกปีไม่ได้ แต่เรื่อง service/ecosystem ผมว่าของ iPhone ยังแข็งแกร่งมาก แต่แน่นอนว่าคนมี iPhone 4 อยู่แล้วไม่มีอะไรจูงใจให้ซื้อ 4S ซักเท่าไหร่

ปล. เอาจริงๆ ก็เหมือนยี่ห้ออื่นที่อัพ spec แต่ละปี แค่เจ้าอื่นเปลี่ยนรูปทรงด้วย

ใครช่วยอธิบายหน่อยว่า Siri มีดีกว่า google voice ตรงไหนบ้าง?

หรือ โปรแกรมคำสั่งเสียงที่แถมมากับ Samsung galaxy S2 มันก็ส่ง sms/email ได้ โทรออกได้ อ่าน sms ให้ฟังได้ด้วย ให้นำทาง ค้นหา ได้มากกว่า google voice เดิมๆอีก

พูดเป็นประโยคทั่วไปอ่ะครับ ไม่มี pattern ในการสั่งงาน

น่าพูดแบบภาษาคนคุยกันนะครับ ไม่ใช่พูดตาม pattern คำสั่ง

ในแง่วิธีการใช้งานคงไม่ต่างเท่าไรครับ

แต่แบรนด์มันเท่กว่า

present ดีกว่า แค่นั้นแหละ

อาจจะ AI ดีกว่า แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีทางเหมือนคุยกับมัน เหมือนคุยกับคนได้จริงๆ มันแค่โฆษณา

+1 สำหรับวลีจบ

แล้วตอนที่ Apple ออก 3GS ผิดหวังกันแบบตอนนี้หรือเปล่าครับ พอดีตอนนั้นไม่ได้ติดตาม

ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้น iPhone 3G ห่วยจริงๆ แต่ iPhone 4 ไม่ได้ห่วยขนาดนั้น

ประมาณว่า iPhone เปิดตัวแย่ยังไง คนก็ซื้ออยุ่ดีใช่มั้ยครับ?
แต่ตัว 4S มันก็ดีจริง ๆ ถือว่าเป็น iPhone4 ตัวสมบูรณ์ก็ว่าได้

ป.ล. จริง ๆ แล้ว น่าจะเรียก iPhone 4 ว่า iPhone 4 Beta นะครับ อิอิ และ iPhone 4S ว่า iPhone 4 RC

ตอบคุณ lucidzx เรื่องเหตุการณ์สมัยนั้นเฉยๆ ครับ
ปัจจัยในตอนนั้น กับตอนนี้ค่อนข้างต่างกันมาก ไม่น่าเทียบกันได้
4S จะประสบความสำเร็จหรือไม่ จะตอบเรื่องนี้ได้ต้องรอดูผลสัก 1-2 เดือนครับ

อ๋อเข้าใจแล้วครับ :)

อ๋อ ขอบคุณครับ ไล่อ่านดูแล้วสรุปไม่ WOW ยังไงก็ขายได้อยู่ดิสินะ - -"

อย่างน้อย 3GS ก็ RAM เยอะกว่า 3G

ชอบบทความที่ mk เขียนมากเลยครับ ชอบมากทุกๆ บทความเหมือนใส่ความตั้งใจไปในบทความจนผมสัมผัสได้ จะติดตามไปเรื่อยๆ ครับ

+1 เขียนดีมากเลยครับ

อยากเขียนดีๆ แบบนี้มั่งจัง พยายามฝึกอยู่ แต่พักหลังๆ ไม่ค่อยได้เขียนเลย ^^"

คนเขียนบทความเก่งมากครับ ขนาดมีแต่กระแสแง่ลบ (แม้แต่ผม) ยังอุตส่าห์ไปขุดคุ้ยวิเคราะห์วิจารณ์ตีความซะจนมันฟังดูดีตามสไตล์แอปเปิ้ลได้ ในฐานะนักเขียนชื่นชมความสามารถเลยครับ ลงถ้าของมันออกมาชุ่ยๆ แล้วคุณยังเขียนให้มันดีได้ ถ้าของดีๆ ออกมาคุณคงเขียนบทความเปลี่ยนโลกให้เราได้อ่านกันเลย : D

ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แต่ผมไม่ได้เขียนให้มัน "ดี" นะครับ (ไม่เชื่อถามสาวกแอปเปิลในบ้านเราดูได้) ประเด็นสำคัญในบทความคือ "อย่ามองแต่ตัวฮาร์ดแวร์" ครับ

เห็นด้วยๆมากๆครับ อย่ามองแต่ตัว Hardware

อีกอย่าง apple ไม่ว่าจะ update ที่ Hardware หรือ Software ก็ล้ำหน้าทุกบริษัทอยู่เสมออยู่แล้ว

แค่ อัพ spec ก็สุดยอดแล้ว

A5 การ์ดจอ เหมือน iPad เลยหรอการ์ด dual core ด้วย

เปิดตัวมา ก็เป็นสิ่งซ้ำๆ ที่มือถืออื่นใช้งานได้เป็นปีแล้ว เช่น cloud, latitude, places, voice command เขาไปไกลกว่าแล้ว

ทะเลาะกะ samsung เลยไม่มีใครผลิต hardware เจ๋งๆ ให้
นี่ก็ กำลังไม้เบื่อไม้เมา กะ android ซึ่งทุกวันนี้ คนเปิด iphone มาก็ youtube, maps, search, gmail, calendar ก็บริการของ google ตัวเอ้ ทั้งหมดเลย

ไหนจะต้องต่อกรกะ social เช่น twitter facebook

เอาของคนอื่นทั้งนั้น แค่เก่งหยิบมาสบัดๆ แล้วสร้างภาพเรียบเท่ห์ใส่เข้าไป สาวกก็พากันฮือฮา
คงค่อยๆถดถอย ไม่เหลืออะไรให้น่าภูมิใจอีกแล้ว

ผมไม่เห้นด้วยทั้งผมด

ผมไม่เห็นด้วยกับบางอย่าง อย่าง Google Calendar นี้ไม่ค่อยเวิร์ค Hotmail Calendar เวิร์คกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่า จุดอ่อนของ Apple คือ บริการออนไลน์ แต่เนื้อหาดิจิตอลนี้ต้องยกให้ Apple กับ Amazon ไป

ของฮอทเมลนี่ดีกว่ายังไงบ้างครับ ว่าจะลองใช้ดู

Siri เอ้ย ถามได้ตอบได้ :D

น่าจะตั้งชื่อ Abdul ไปซะรู้แล้วรู้รอด 555+

แสดงว่าต่อๆ ไป Apple อาจจะมาแนวนี้ก็ได้นะครับ

ออก iPhone N (N คือจำนวนเต็ม)
ปีต่อมาออก iPhone Ns (Design เหมือนกัน อัพเกรดนิดหน่อย)

ผลก็คือ งบประมาณทั้งค่าออกแบบหน้าตาและ mold ตัวเครื่องสามารถทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายได้เกินกว่า 1 ปี และยังไงก็ขายได้อยู่ดี :D

รู้อะไรไม่สู้เท่ารู้งี้

ผมเป็นอีกคนที่ผิดหวังทั้งๆที่เป็น Fandroid นะครับ
เพราะในใจอยากให้ Apple ออกมาแบบเทพๆ
เอาแบบ Android ตาเหลือกแทบจะอยากยกเลิก งานวันที่ 11 ไปเลย (ความรู้สึกเหมือน Sony ปีที่โดน 360 เปิดตัว Kinnect) จะได้แข่งกัน ทำให้มันดีกว่านี้ออกมาอีก

แต่นี่มาแบบชิลๆ เพิ่ม Spec เพิ่มอะไรที่ชาวบ้านมีอยู่แล้ว แล้วคุยว่า "Only Apple could bring these together in such a powerful and integrated way. I am so proud of this team. I want to thank you for joining us"

ผมเลยออกจะหมั่นไส้เล้กน้อย

เพราะถ้าเสป็ค กับกล้องมาคุยกันละก็ พวก Android ของญี่ปุ่นเข้าขั้นบ้าไปแล้ว ออกมาพร้อมๆกันกล้อง 12-13 ล้าน กันน้ำตั้ง 3 ตัว ทำไปได้

http://www.droidsans.com/panasonic-lumix-101p-13.2-megapixels-android-phone
http://www.droidsans.com/sharp-aquos-102sh-12mp-waterproof-4.5-inches-3d-screen
http://www.droidsans.com/fujitsu-toshiba-arrows-z-waterproof-13mp-android-phone

อยากดูภาพจริงจากกล้องจังว่าจะดีเหมือนของดีๆ เลยเปล่า จะเอาไปเทียบกับ N8 ที่บ้านฮ่าๆ

ที่เวบแอปเปิลมีตัวอย่างรูป 4S ให้โหลดดูได้ครับ (ในหมวดกล้องของ 4S)

ลองโหลดไปเทียบดู ได้ผลยังไงมาแชร์ด้วยนะครับ อยากรู้เหมือนกัน ^^

ไปดูมาแล้วครับ เมื่อกี้ฮ่าๆ

ภาพถือว่าดีสำหรับกล้องมือถือเลย แต่ในเว็บเน้นภาพกลางวันมากเลย ไม่รู้ถ้าแสงน้อยๆ จะเป็นยังไงกันนะ
ภาพจะมีเม็ด Gain ไม่รู้เรียกถูกเปล่า Noise ไม่มีสีอะ ยิ่งท้องฟ้าเห็นชัดเลยมันไม่เนียน

รอดูภาพจากสำนัก review ดีกว่า

แต่ผมก็อยากรู้ว่าเครื่อง ญี่ปุ่นกล้องเทพจริงเปล่าหรือเทพแต่ พิเซก

จริงๆ สาเหตุที่ออกเป็นรุ่น 4S เพราะ Samsung บอกไว้ว่า ถ้าออก iPhone 5 มาเมื่อไหร่ ฟ้องแน่ :P

ดีไซน์ก็เหมือนเดิม แถมชื่อ 4S

แบบนี้ซัมซุงจะฟ้องอะไรดี อิอิ

ตัว S ลอง Samsung มารึเปล่า อิอิ...

อ่อลืมไป เคยมี 3GS ละ

หรือว่ามันเป็นแผนของ Samsung ที่สร้างข่าวลือให้แฟนๆเชื่อ เป็นแผนให้แฟนๆ apple ไม่พอใจ apple เอง โหดมาก 555

APPLE ออกมาแบบนี้ samsung จะลอกอะไรดีเนี่ย เล่นไม่เปลื่ยนอะไรเลย

สาวกไทยเตรียมเฮ

Apple เปลี่ยนตลาดจากประเทศที่ 3 เป็นประเทศที่ 1 ที่จะวางขาย

ดีจังที่เมื่อคืนดูอย่างมีความสุข เพราะไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เลยดู live อย่างอมยิ้ม ^^

บทความดีครับ

ไม่แปลกที่จะผิดหวัง คนทั่วไปไม่มีมานั่งดูอะไรละเอียดแบบนี้หรอก

เขียนได้ดีครับ

เอาใจยากนะครับ mockup ก็บอกว่าห่วย ใช้โมเดลเดิมก็เบื่อ = =

ผมชอบนะ ออกหน้าตาแบบนี้มาซักสิบรุ่นเลยก็ได้ (จะได้เจ๊งๆ ไป 555+)

ผมว่า Apple หมดมุขแล้ว
แต่ก็ต้องเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาเพื่อสู้กับ Android ที่ Hardware พัฒนาไปไกลแล้ว
ทั้งที่เปิดตัวห่างจากตัวเดิมเป็นปี แต่ต่างจากเดิมหลักๆแค่ซีพียูกับกล้อง
iOS 5 ก็ลอก Android มาตั้งหลายอย่าง

ไม่หมดหรอกครับ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบออก เท่าที่ดูหลังๆมานี่ Apple พยายามยืด Life cycle สินค้าตัวเอง ซึ่งนั่นก็ทำได้เพราะเป็นระบบปิด ถึงจะบอกว่าต้องแข่งกับ Android แต่ถ้าระบบมันลงตัว เสถียร ยังไงมันก็ขายได้ เพราะ ios ที่เป็นโทรศัพท์ยังไงก็มีัแค่ iPhone ไม่ต้องแข่งกับแบรนด์อื่นๆที่เป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน อีกทั้ง Apple ก็ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทผลิต Hardware แต่ให้ความสำคัญกับ Software ด้วย เพราะสุดท้ายทั้งสองอย่างก็จะประสานกันเป็น User experience นั่นเอง หาก iPhone4 เป็นการยกระดับ Hardware ก็ไม่น่าแปลกอะไรที่งานในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับ Software ในขณะที่ภาค Hardware ก็ปรับให้ทันยุคสมัยขึ้นมา ซึ่งสเปกอันนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย (และไม่มีคู่แข่งที่เป็น Platform เดียวกันด้วย)
การใช้โมเดลเดิมก็ไม่ต้องตั้งสายพานการผลิตใหม่ ทำให้การขายมีความต่อเนื่อง (นึกถึงตอน 3Gs > 4 ที่ผลิตไม่ทัน) ยิ่งใกล้สิ้นปี ก็ต้องรีบผลิตเพื่อทันเทศกาลจับจ่ายด้วยครับ.

ปล. ออกตัวเอี๊ยด ว่าไม่ได้ใช้สินค้าของบริษัท Apple นะครับ แต่อยากให้มองถึงการใช้งานมากกว่าเอาตัวเลขมาเปรียบเทียบกัน เพราะตัวแปรที่สำคัญคือ Software มันทำให้เกิดการ consume hardware ไม่เท่ากัน ดังนั้น ตัวเลขที่สูงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าต้องดีกว่าเสมอไปครับ.

เห็นด้วยครับ ดูคิดอย่างมีตระกะ ไม่ใช่โวยวายแบบไล้สาระ 55

มีเหตุมีผล ชอบมากครับผมคิดแบบนี้ เเต่ไม่สามารถเขียนได้แบบคุณ "Apple ก็ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทผลิต Hardware แต่ให้ความสำคัญกับ Software ด้วย เพราะสุดท้ายทั้งสองอย่างก็จะประสานกันเป็น User experience"

ผมยอมรับเลยว่า นาทีนี้ Apple คือที่สุดของบริษัทที่สร้าง User experience ครับ

แบบ itune เนี่ยนะ?

เห็นด้วยเลยครับ

จู่ๆก็เกิดอาการสรุปได้เองว่า รอบหน้า ถ้า iPhone 5 มา อย่าพึ่งซื้อ ไปซื้อ iPhone 5S กันดีกว่า

ผมรู้สึกมันแปลกๆอยู่กัยการแถลงผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ ผมว่าจริงๆแล้วมันควรจะมีไอโฟนอีกตัวที่น่าจะออกมาอีกตัว

จากเท่าที่ดูบ้านค้างๆ ที่มี LTE ออกมากันแล้ว ทำให้คิดว่ามันต้องมีอีกรุ่นที่รองรับ LTE แน่ๆ

ซึ่งถ้าออกจริงคงจะเป็น iPhone 4GS และผมคิดว่าน่าจะออกมาราวๆ ก่อนกลางปีหน้า ไม่ก็พร้อมกับ iPad3

จริงๆแล้ว ผมคิดว่าไอ้ตัวแบบในข่าวลือนั้นก็คงจะเป็นจริงๆ แน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้

รอบนี้มีดีที่ iOS 5 และ iCloud เจ๋งจริงๆ ยอมรับ

เรื่องสำเนียงทั้งหลาย น่าจะเรียนรู้จากผู้ใช้ได้

ตัวอย่างวีดีโอสั่งงาน เครดิตคุณ Sodanum@Electoday

http://www.electoday.com/bbs/viewthread.php?tid=5210

สุดยอดเลย จับ iPhone มาเจลเบรค แล้วลงเจ้านี่เลยดีไหม สุดยอดยกนิ้วให้เลย

ชื่นชม (เชดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)

ดูครั้งแรกตกใจ บอร์ด Arduino ปกติ cpu นิดเดียว ไม่น่าจะ process คำพูดคนได้

เข้าบอร์ดไปอ่านถึงอ้อ ไอเดียไม่เลว ส่วนสำคัญอยู่ที่โปรแกรม Voice Flux ใช้สั่งงาน
ส่วน Arduino ไว้ใช้ลีเลย์คุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก

siri แก้ปัญหาพวก texting ไป driving ไปได้ดีทีเดียว

พวกสาวกนี่บาปกรรมนะ คาดหวังเครื่องมาก จนทำให้สตีฟทำงานหนัก สุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ ต้องลาออก
แววมันส่อมาตั้งแต่เขาลาออกแล้ว

ว่าแต่ siri เป็นคนอินเดียหรือเปล่า ??

ผมคิดว่าการออก iPhone4S และสร้างโครงสร้างราคาให้ถูกลง เป็นเรื่องที่ทำได้ถูกต้องในฐานะของ Apple ครับ เนื่องจากคนรอให้ Apple ออกอะไรที่เยี่ยมออกมา เสร็จแล้วก็ลอกเลียน แล้วเกทับ ตอนนี้ก็แค่เก็บ iPhone5 ไว้ เมื่อคู่แข่งออกสินค้ามาก็จะได้เป็นผ่ายโต้กลับบ้าง จริงๆแล้วในฐานะผู้ใช้ที่ไม่ใช่ Geek คงไม่ได้คาดหวังลูกเล่นอะไรมาก ขอให้ถูก ทน ใช้ง่าย และมีคนใช้เยอะๆก็พอครับ สำหรับพวกนักคอมฯก็คาดหวังรถแข่ง ดีๆที่มีสมรรถนะสูงมาก แต่แฟนหรือคุณพ่อคุณแม่ของนักแข่งกลับไม่รู้เรื่องอะไร อยากใช้รถแบบธรรมดาๆ ตลาดๆ ถูกๆ หรือกลับกันเป็นหรูๆ หรือดูภูมิฐาน หรือมีระดับ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีจำนวนมาก การที่ได้ตลาดล่างพร้อมทั้งมีบริการแบบเดียวกับตลาดบนที่ตัวเองดีอยู่นี่ เป็นเรื่องที่เติมเต็มการตลาดที่ตัวเองยังขาดที่มีความจำเป็น และเป็นการตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้กลุ่มใหญ่ที่ไม่ได้ต้องการของดีที่สุด แต่ต้องการของให้ประสบการณ์การใช้ที่ดี และคุ้มค่าที่สุด

ส่วนตัวผมกลับคิดว่า พวก iPhone5 ที่ปล่อย ๆ ออกมาทั้งหลายแหล่มันไม่สวยเอาซะเลย ถ้าออกมาแบบนั้นผมคงไม่ซื้อแน่นอน (แต่ละอัน อันแรกมาเหมือนกับ iPod Touch อันที่สองมาเหมือนกับ iPhone 3GS) ส่วน Design ของ iPad ถ้าการออกแบบขอบเว้าไม่ได้มีเรื่องเกี่ยวกับการใช้งาน ตัวต่อไปก็น่าจะออกแนว iPhone 4 นะ ผมว่าสวยดี

ผมสงสัยน่ะครับ ตอนท้ายๆ ที่บอกว่า ถ้าจะรอ iPhone 4S ซึ่งเข้ามาคงราคาเท่ากับที่ขายในปัจจุบัน ผมเห็นข้างบนตัวท๊อปยังแค่ 399$ แล้วบ้านเราตอนนี้ตัวท๊อบมันยัง 20,000+ อยู่เลย...
แล้วตกลงราคาที่ US กับในไทยมันไม่เท่ากันเหรอครับ, เข้าใจว่าที่ US มันติดสัญญา แต่ที่ไทยก็มีแบบติดสัญญา แต่ก็เห็นว่า ยังแพงบรมอยู่เลย.. ข้องใจจริงๆ

ต้องเทียบที่ค่าบริการรายเดือนด้วยครับ ของไทยเริ่มต้นที่ไม่เกิน 500 บาท ยกเลิกก่อนก็ไม่โดนปรับ แต่ที่ US เริ่มต้นที่ $54.99 ยกเลิกก่อนโดนปรับอีกประมาณ $325

ลองคำนวนดูคร่าวๆ ครับ $399 + $54.99 + $325 = $778.99 (ยังไม่รวม Tax)

จริงๆแล้วตามกฏหมายบ้านเรา ห้ามผูกสัญญาครับ จึงเป็นการ "ขายเครื่องพร้อมแพกเกจรายเดือน" ครับ.

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ... ผมไม่รู้จริงๆ .. (เจตนาคือต้องการให้เครียร์เรื่องราคาจริงๆ ไม่ใช่เอาราคาเขามาใช้แบบสั้นๆ เช่น 199$ 399$ ที่ 64Gb แล้วก็กระแสกันไป ไม่มีใครรับปิดชอบ

(ปล. แต่หาซื้อจริงบ้านเราไม่ได้ในราคานั้น ... ซึ่งเป็นตลอด..)

จุดแข็งเขาอยู่ที่Serviceครับ

และappleไม่เคยออกproductมาฆ่าproductเดิมที่ยังขายได้

ชอบ Siri จังวู้ย

ก็สิ่งที่ทำให้สมาร์ทโฟนเป็นสมาร์ทโฟนก็คืออะไรที่มันทำได้มากกว่าโทรศัพท์ธรรมดาไม่ใช่เหรอนะ ฮาร์ดแวร์เป็นส่วนพื้นฐาน ซีพียูเร็ว การ์ดจอเยี่ยม กล้องแจ๋ว ลำโพงยอด เสียงแจ่ม เชื่อมต่อไม่หลุดทั้งเสียงและข้อมูล แล้วก็อุปกรณ์ระบุตำแหน่ง....ซึ่งว่าไปแล้วก็พื้น ๆ ใคร ๆ ก็มี (เว้นบางยี่ห้อ มีไปงั้น ใช้งานไม่ได้เรื่อง เข็มทิศบ่มิไก๊)

แต่ที่ทำให้มันสมาร์ทก็คือตัวโอเอส กับ แอพนี่มา เพราะฉะนั้นส่วนสำคัญในคราวนี้ก็คือตัว ios5 บริการ และ แอพต่าง ๆ ที่ Apple ออกมาเองเพื่อเพิ่มความเป็นสมาร์ทโฟนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าแอพที่โดดเด่นย่อมต้องการฮาร์ดแวร์ที่เร็วพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ...... คงต้องมาลองดูกันว่า เจ้า ios5 กับแอพที่มาพร้อมกับเครื่องจะแจ๋วจริงรึเปล่า

ส่วนถ้าจะหวังความแปลกใหม่ด้านฮาร์ดแวร์ คงต้องช่วยกันคิด ๆ กันว่า นอกจากไอ้ที่มันพื้น ๆ นี่ จะเติมสีสันอะไรลงไปอีกได้บ้าง (เช่น ไขควง ช้อน ซ่อม กะทะ เผื่อจะเป็นสมาร์ทโฟนที่ใช้ทำข้าวผัดได้ด้วย)

+1

แนวคิดเรื่องการสั่งการคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงมีมานานแล้วครับ เท่าที่ตัวเองจำความได้รู้จัก feature นี้ครั้งแรกจาก series เรื่องหนึ่งที่พระเอกมีรถชื่อ Kid ที่มี AI เป็นของตัวเอง สามารถสั่งการด้วยเสียงได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ในรถหรือนอกรถก็ตาม จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าอยากได้รถแบบนี้สักคัน ดังนั้นถ้าจะพูดถึงแนวคิดเรื่องนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ประเด็นที่สำคัญน่าจะอยู่ที่ความสามารถมากกว่า

สำหรับผม Siri เหนือกว่า Voice Actions อย่างเห็นได้ชัด เพราะในขณะที่ Voice Actions สามารถทำได้แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น Siri กลับสามารถทำได้มากกว่า นอกจากจะสามารถทำตามคำสั่งแล้ว Siri ยังสามารถตอบคำถามและเสนอแนะข้อมูลกลับมาได้อีกด้วย (เท่าที่ดูจาก clip นะครับ)

Voice Actions : Just do what you want.

Siri : Give you information, answer your question, and then do what you want.

Siri ยังสามารถตอบคำถามและเสนอแนะข้อมูลกลับมาได้อีกด้วย (เท่าที่ดูจาก clip นะครับ)

น่าจะไปดูคลิปอีกฝั่งด้วยนะครับ จะได้วิจารณ์ถูก

ผมก็ไปดูมาแล้วนะครับ

ไม่เห็นว่า Voice Actions จะตอบคำถามเรื่องอากาศหรือการจราจรได้นี่ครับ?

มองในแง่ดี

CPU ใหม่ จริง ๆ ของเดิม ๆ ก็เร็วลื่นอยู่ในระดับหน้าอยู่แล้ว ส่วนกล้องก็อันนี้แล้วแต่ชอบ แต่ "ฟัง" ดูน่าจะดีขึ้น เป็นการอัพตามคู่แข่งเฉย ๆ นอกนั้นอย่างเรื่อง Battery ก็ค่อนข้างดี (เทียบกับคู่แข่ง) จะมีก็แต่จอที่เล็กไปหน่อยที่ควรอัพ

สรุป มันก็ไม่ถือว่าตามคู่แข่ง (มั้ง)

มี iPhone4 แต่อยากได้ Siri ด้วยอะ ผมไม่อยากจะเชื่อว่า CPU คอร์เดียวประมวลผลไม่ได้ เดี่ยวก็ต้องมีคนมา hack จนได้สิน่า

ipad 2 ใช้ cpu เดียวกับ iphone 4s ยังใช้งานไม่ได้ จงอย่าสงสัยในตัวศาสดา

บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ เดี๋ยวขายไม่ออก

Copy Cat ..... 5555

ผมว่า 4S ทั้ง SW และ HW เป็นการเสริม ให้ Ecosystem ของ Apple แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

(แอบเม้นท์เงียบๆ พึ่งเพิ่ม badge ใหม่)

สงสัยต้องซื้อแล้วละ iPhone for Steve ( iPhone4s )

ขายดีแน่รุ่นนี้ ธงมีกี่ผืนเตรียมเอามาฟันได้เลย มันจะเป็นรุ่นที่สาวกซื้อเพื่อเป็นการรำลึกถึงศาสดาที่จากไป รุ่น 4/4S ต่อไปจะเป็นของเก่าที่มีมูลค่าสูงมาก

มองในแง่ดีคือ การที่ดีไซน์มันไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากทำให้ลูกค้าที่ซื้อรุ่นก่อนหน้านี้ไม่เกิดความรู้สึกว่ามือถือที่ตัวเองมีอยู่ตกรุ่นแต่จะยังภูมิใจได้อีกนาน

ถ้าออกแบบมาเหมือนรูปที่หลุดอออกมานี่ไม่ซื้อแน่ ๆ ไม่สวยเลยแบบ i4 นี่สวย

ทำไมต้องผิดหวังด้วย ในเมื่อ apple ไม่ได้ประกาศตัวเอง ว่า จะออก iPhone 5 ไอ้ที่ว่าจะออก iPhone 5 เป็นคนนอกทั้งนั้นที่มั่วแหกตา